การเล่น Pre-flop ในทัวร์นาเมนต์ – ควรเลือกไพ่แบบไหนมาเล่น

ควรเลือกไพ่แบบไหนมาเล่น

อย่างที่ได้ทราบกันแล้วว่าเวลาเล่นทัวร์นาเมนต์แล้วเรามี Deep Stack เราสามารถเล่นได้หลากหลายรูปแบบมาก เพราะฉะนั้น การเลือกไพ่ที่พอเล่นได้ดีมาผสมๆกับไพ่ดีแล้วใช้ความ Aggressive กับตำแหน่งที่ดีกว่าดูจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด

สำคัญเลยก็คือการ Balance หรือการทำให้การเล่นของเราสมดุล เช่น ถ้ามีคน Raise มาก่อนหน้าคุณแล้วคุณถือ AK ก็ให้ผสมระหว่าง 3-bet บ้างหรือ Call ตามไปเฉยๆบ้างเพื่อไม่ให้เขาอ่านออกได้ง่ายๆ หรือพวกมืออย่าง 96s จากตำแหน่ง BU ก็ให้ผสมระหว่างการ Call หรือ Re-raise ไปด้วยถ้าจะเล่น

เวลา Deep Stack ไพ่ที่จะสามารถลงเงินหนักๆได้ตั้งแต่ เลยก็คือ AA กับ KK เว้นแต่เราจะเจอพวก จริงๆ เช่น ถ้าเรามี QQ จาก EP แล้วโดนคน Tight ที่ไม่ค่อยเล่นท่ายาก Raise มา ตรงนี้เราแทบจะต้อง Call เสมอไม่ควร Re-raise เลย

ดูๆแล้วการเล่น Deep Stack นี่มันท้าทายตั้งแต่ Pre-flop เลย คุณจะเล่น Loose ก็ได้แต่ต้องรู้ว่าควร Tight ตอนไหน เดี๋ยวเรามาเรียนรู้ไปพร้อมๆกันในซีรีส์การเล่น Pre-flop นี้นะครับ

เลือกไพ่แบบไหนมาเล่นดี?

หลายคนอาจจะใช้เป็นตาราง Open-raise ซึ่งเอาจริงๆก็ไม่มีตารางหรือชาร์ทไหนที่เพอร์เฟคที่สุดหรอก ถ้าเวลา Deep Stack แล้วใจเรามัน Loose และมั่นใจในฝีมือ Pre-flop กับ Post-flop เราจะ Raise ไพ่แบบไหนจากตำแหน่งไหนก็ยังได้ไพ่ไม่สำคัญ แต่เวลา Short Stack คุณควรจะ Tight มากขึ้นในช่วง Pre-flop เพราะเราเหลือตัวเลือกในการเล่นน้อยลงแล้ว

ต้องบอกก่อนว่าเราไม่ควร Limp เพราะอย่างน้อยการ Raise Pre-flop ก็มีโอกาสให้เราได้บลายด์มาแบบฟรีๆ คือเรา Loose ได้ก็จริง แต่ไม่ควรลงเงินเยอะด้วยไพ่อ่อนๆ ถ้าจะเล่นพอทใหญ่ๆต้องมีไพ่ดีๆเท่านั้น

ในตำแหน่ง EP คุณควรเล่นให้ Tight แต่ Tight มากไปก็ไม่ดี คุณจะโดนอีกฝ่าย Exploit ได้ง่ายมากถ้า Raise แค่ 99+ AQ+ AJ+ และ Suited Connectors ลงมาถึง 65s ที่เราต้องมีคู่เล็กๆหรือ Suited Connectors ใน Range ของเราก็เพราะ เราต้องการที่จะ Bet ได้ในทุกบอร์ดที่ออกมา อย่างถ้าบอร์ดออก 5-3-2 คุณต้องสามารถโชว์ว่าตัวเองมี AA ได้ หรือถ้าบอร์ด K-Q-2 คุณก็ต้องโชว์ AK ได้ หรือถ้าบอร์ดอย่าง 9-8-5 คุณก็ต้องโชว์ว่ามี 76s ได้ ซึ่งทำให้ตรงนี้ถ้าเราไม่มีการ Raise ด้วยไพ่พวกนี้ เลยเราจะไม่สามารถโชว์ได้ ส่วนไพ่ที่ไม่ควรเล่นจากตำแหน่งนี้เลยคือพวก KJ AT เพราะมีโอกาสกินน้อยและมีโอกาสเสีย (Reverse Implied Odds) สูง

ต่อมาในตำแหน่ง MP ก็จะเล่นด้วยไพ่ที่มากกว่าตำแหน่ง EP หน่อยเพราะมีผู้เล่นเหลือข้างหลังน้อยลงแล้ว อาจจะ Raise ตั้งแต่ 22+, AT+, KT+, QT+, JT และทุกมือที่เป็น Suited ตั้งแต่ 9 ขึ้นไป และพวก Suited Connectors ลงมาถึง 54s กับพวก 1 Gap Suited Connectors ลงมาถึง 64s แล้วก็พวก 2 Gap ลงมาถึง 74s อาจจะมีพวก K8s, Ax, T6s บ้างถ้าตำแหน่ง Blind เป็นพวก Tight

ส่วนตำแหน่ง CO ที่อยู่ก่อน BU ก็จะยิ่งกว้างขึ้นตั้งแต่ 22+, A2+, K7+, Q9+, และ Off-suit Connectors และพวก 1 Gap ลงมาถึง 75o หรือถ้าอยู่ตำแหน่ง BU คุณแทบจะ Raise ได้แทบทุกมือแต่ก็ยังหมอบพวกมืออย่าง J2s, Q3, K2, T4, 72 แล้วก็พวกไพ่ต่ำๆที่ไม่เชื่อมกันอื่นๆ หรือพวกไพ่ Suited ที่ไม่เชื่อมต่อกันและไม่มีไพ่สูง

ในตำแหน่ง SB ก็จะใช้ชุดเดียวกับตำแหน่ง CO ตรงนี้เราจะได้เล่นในตำแหน่งที่เสียเปรียบอีกฝ่ายเสมอเพราะฉะนั้นเราจะไม่เล่นไพ่ขยะเลย เราต้องการมือที่มีค่าหน่อย เล่นได้หลายบอร์ดตรง Post-flop โดยในตำแหน่งนี้คุณจะต้องคอยสังเกตผู้เล่นตำแหน่ง BB ให้ดีๆว่าเป็นอย่างไรและเล่นเวลาเจอคุณยังไง ถ้าเขา Tight เราจะ Raise ทุกมือก็ยังได้ แต่ถ้าเขา Call หรือ Re-raise ทุกครั้งที่คุณ Raise ก็ให้เราปรับ Range ให้ Tight ขึ้น

เจอผู้เล่น LAG อยู่ข้างหลัง

ถ้ามีผู้เล่น Loose Aggressive อยู่หลังคุณก็ให้ปรับ Range ให้ Tight ขึ้นเช่นกันโดยเฉพาะตำแหน่ง MP และ LP เพราะคุณจะต้องเล่น Post-flop กับเขาบ่อยแน่ๆ อย่างถ้าคุณรู้ว่าอีกฝ่ายจะ Call Raise คุณถ้าคุณ Raise K5 จาก BU แบบนี้ให้เราหมอบไปแต่แรกดีกว่าโดยเฉพาะถ้าเราเจอพวกที่เล่น Aggressive Post-flop และถ้าดูแล้วอีกฝ่ายเล่นเก่ง เล่นเป็น เราไม่ค่อยเหนือกว่ามากก็ให้เรา Tight ขึ้นเช่นกัน

ส่วนเวลาที่เราสามารถ Loose แล้วได้กำไรตรง Pre-flop เลยก็คือตอนที่เราเห็นว่าอีกฝ่ายอาจจะเล่น Post-flop ไม่ดีและเราได้เปรียบเขา ส่วนใหญ่เราก็จะต้องอาศัยการสังเกตและเก็บข้อมูลผู้เล่นเพื่อมาใช้ประกอบว่าเราสามารถเล่นแบบไหนได้บ้าง อย่างถ้าเราคิดว่าอีกฝ่ายจะ Re-raise ด้วยไพ่ที่กว้างมากๆเราก็ควร Tight ขึ้น แต่ถ้าทั้งโต๊ะ Tight ตัวพ่อกันหมดเราจะ Raise ด้วยไพ่อะไรก็ได้จาก BU ไม่มีปัญหา สรุปง่ายเลยคือถ้าอีกฝ่ายดูชอบ Call และไม่กลัวก็ให้เราหาไพ่ที่พอจะทำ Value ได้มาเล่น

เทคนิคการเล่น Pre-flop ในทัวร์นาเมนต์ยังเหลืออีกเยอะ ไว้เดี๋ยวมาต่อกันในบทความหน้านะครับ

แสดงความเห็น