เทคนิคการเล่นโป๊กเกอร์ ทัวร์นาเมนต์ชิงตั๋ว

ถ้าพูดถึงทัวร์นาเมนต์โป๊กเกอร์แน่นอนว่าเราก็จะนึกถึงทัวร์นาเมนต์ใหญ่ ๆ ให้เงินรางวัลก้อนยักษ์
ชนะมาครั้งเดียวเรียกว่าพลิกชีวิตได้เลย แต่แน่นอนว่าทัวร์นาเมนต์ใหญ่พลิกชีวิตแบบนี้
ก็มักจะมีค่าสมัครที่ค่อนข้างสูงซึ่งทำให้หลายคนเลือกที่จะไปเสี่ยงดวง
กับการเล่นทัวร์นาเมนต์ชิงตั๋วที่มีค่าสมัครถูกกว่าแทน
.
อย่างผลงานล่าสุด โค้ชกุ้ย Superguiman – The TPB Team ก็เพิ่งชิงตั๋วจากราคาไม่กี่ร้อยไปคว้าเงินแสนมาหมาด ๆ (https://www.facebook.com/…/a.117002933…/688256699619020/) เรียกได้ว่าคุ้มค่าสุดๆ
.
แล้วทัวร์นาเมนต์ชิงตั๋วนี้แตกต่างจากทัวร์นาเมนต์ปกติยังไงเดี๋ยวเราลองมาทำความเข้าใจกันก่อน
.
ทัวร์นาเมนต์ชิงตั๋วคืออะไร
ทัวร์นาเมนต์ชิงตั๋ว หรือ Satellite เป็นทัวร์นาเมนต์ที่เปิดโอกาสคัดเลือกผู้เล่นให้เข้าไปเล่นในทัวร์นาเมนต์ที่ใหญ่ขึ้น
โดยใช้เงินค่าสมัครน้อยลง โดยผู้ที่ชนะก็จะได้สิทธิ์หรือได้เป็นตั๋วสำหรับเข้าไปเล่นในทัวร์นาเมนต์ที่กำหนดไว้
เช่น เราอยากเล่นทัวร์นาเมนต์มูลค่า $500 แต่เรามีเงินไม่พอเลยเลือกไปเล่นทัวร์นาเมนต์ชิงตั๋วมูลค่า $50 แทน
.
ซึ่งในทัวร์นาเมนต์ชิงตั๋วอันนี้จะมีผู้เล่น 10 คนและจะมีผู้ชนะแค่คนเดียวที่จะได้ตั๋วไปเล่น $500 นั่นเอง
หลักการคร่าวๆก็ประมาณนี้ แต่บางครั้งทางเว็บก็อาจจะใจดีแจกเป็น 2 ตั๋วแทนก็ได้
.
ทัวร์นาเมนต์ชิงตั๋ว กับ ทัวร์นาเมนต์ปกติ ต่างกันยังไง
ขึ้นชื่อว่าเป็นทัวร์นาเมนต์หลายคนก็คงมองว่ามันก็ต้องเล่นเหมือนกันสิ แต่ไม่เลยครับต่างกันโดยสิ้นเชิง
.
ถ้าจะให้อธิบายง่ายๆก็เป็นเรื่องของ ICM หรือเรื่องรางวัลนี่แหละ ถ้าเป็นทัวร์นาเมนต์ปกติเราต้องการชนะทุกชิพ
ที่มีในทัวร์นาเมนต์เพื่อได้เงินรางวัลสูงที่สุดใช่ไหมครับ โดยระหว่างนั้นเงินรางวัลก็จะค่อย ๆ ขยับขึ้นไปทีละนิด ๆ
เราจะได้เงินมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับว่าเรามีชิพเยอะแค่ไหน แต่สำหรับทัวร์นาเมนต์ชิงตั๋วรางวัลที่แต่ละคนจะได้เท่ากันตลอด
นั่นก็คือมูลค่าของตั๋วทัวร์นาเมนต์เป้าหมายที่เราจะได้นั่นเอง
.
Bubble ของทัวร์นาเมนต์ชิงตั๋วสำคัญกว่ามาก
ถ้าเป็น Bubble ในทัวร์นาเมนต์ปกติเงินรางวัลก็น้อยนิดใช่มั้ยครับ น้อยจนบางทีก็ไม่ค่อยมีหมอบ AA, KK เท่าไร
หรืออยากจะเสี่ยงไป coin flip เพื่อให้ได้ชิพมาเยอะ ๆ เพื่อไปลุ้นเงินรางวัลช่วงท้ายมากกว่ารอได้เงินจาก Bubble แค่นิดเดียว
.
แต่สำหรับทัวร์นาเมนต์ชิงตั๋วอย่างที่บอกว่าไม่ว่าจะอันดับไหน ๆ รางวัลก็เท่ากันคือเท่ากับมูลค่าตั๋ว
เพราะฉะนั้น ถ้าเราเป็นอันดับต้นๆก็ไม่อยากจะเสี่ยงไป coin flip เพื่อหาชิพเท่าไรเพราะยังไงนั่งเฉย ๆ ก็จะได้ตั๋วอยู่แล้ว
.
แล้วเราควรปรับตัวจากทัวร์นาเมนต์ปกติยังไงดี
หลัก ๆ สำหรับทัวร์นาเมนต์ชิงตั๋วที่เราต้องทำก็คือ เดาให้ออกว่า Bubble จะนานแค่ไหน
แล้ว stack size ของเราอยู่ในช่วงไหนและคิดว่าชิพของเราสามารถอยู่รอดจนผ่านช่วง Bubble นั้นไปได้หรือเปล่า
.
ถ้าดูแล้วช่วง Bubble น่าจะอีกนานแล้วเรามี short stack ก็พยายามเล่นเสี่ยงมากขึ้นเพื่อหาชิพได้
หรือในกรณีที่เป็น medium stack ก็ให้พยายามเน้นรักษาหน้าตักเอาไว้ไม่ต้องไปพยายามกดดันหรือเล่นกว้างเกินไปนัก
กรณีที่เราเป็น big stack ก็จะเน้นรักษาตำแหน่งของเราเช่นกันโดยพยายามหลีกเลี่ยงพอทใหญ่ ๆ
.
ถ้าประเมินแล้วว่า Bubble จะสั้น ๆ แล้วเรามี short stack เราจะไม่อยากเล่นเสี่ยงมากนัก
เราต้องคอยดูให้ดีเสมอว่ามีคนที่ชิพน้อยกว่าเราอยู่หรือเปล่า ถ้ามีคนที่ชิพน้อยกว่าเราเยอะก็พยายามรักษาตำแหน่งตัวเอง
รอให้พวกนั้นตกไปก่อน แต่อย่าพยายามรักษาเกินไปจนชิพเหลือน้อยเกินจนไม่มี fold equity

กรณีเราเป็น medium stack ก็จะทำอะไรไม่ได้มากเช่นกัน คอยรักษาชิพเพื่อรอให้พวก short stack ตกไปให้หมดก่อน
ส่วนถ้าเราเป็น big stack เราก็จะหลีกเลี่ยงการเล่นพอทใหญ่เหมือนเดิมและพยายามเพิ่มความกดดันให้พวก short stack
และ medium stack ให้โดนบลายด์บีบไปเรื่อย ๆ
.
ก็ประมาณนี้ครับสำหรับการเล่นชิงตั๋ว ช่วง Bubble จะสำคัญมากเพราะรางวัลที่ได้จะเป็นตั๋วซึ่งมีมูลค่าเท่ากัน
ต่อให้ได้อันดับ 1 ก็ได้ตั๋วเท่าเดิมทำให้การเล่นจะเน้นเข้ารอบมากกว่าซึ่งต่างจากทัวร์นาเมนต์ทั่วไปที่เราอยากจะเน้นให้ได้แชมป์
และอย่าลืมพอประเมิน Bubble ออกแล้วว่าจะนานหรือสั้นก็ให้เราประเมิน stack size ของตัวเองว่าอยู่ในระดับไหนด้วย

แสดงความเห็น

บทความที่เกี่ยวข้อง