ประวัติแอนโตนิโอ เอสแฟนดารี (Antonio Esfandiari)

แอนโตนิโอ เอสแฟนดารี () นักโป๊กเกอร์ชื่อก้องโลกที่มีฉายาโดดเด่นไม่เหมือนใครว่า “พ่อมด” นั้น เกิดวันที่ 8 ธันวาคม ปีค.ศ. 1978 ในเมืองเตหะราน (Teharan) ประเทศอิหร่าน มีชื่อเดิมว่า อะเมอร์ เอสแฟนดารี (Amir Esfandiari)

สำหรับใครหลายคนที่ฐานะไม่ค่อยดีนัก อาจจะมีเป้าหมายที่จะย้ายมาสร้างถิ่นฐานที่อเมริกาเพื่อแสวงหาโอกาสที่ดีขึ้น และครอบครัวของเอสแฟนดารีก็เช่นเดียวกัน หลังจากที่ครอบครัวของเอสแฟนดารีย้ายเข้ามาอยู่ในสหรัฐอเมริกา เอสแฟนดารีก็รู้หน้าที่ตัวเอง ตั้งใจเล่าเรียนศึกษาหาความรู้และเก็บประสบการณ์ต่างๆ เพื่อที่ว่าจะได้ดูแลครอบครัวให้ดียิ่งขึ้นในอนาคต เอสแฟนดารีเข้าเรียนที่โรงเรียนมัธยม เดล มาร์ (Del Mar High School) ในเมืองซานโฮเซ (San Jose) รัฐแคลิฟอร์เนีย และร่ำเรียนจนจบมัธยม

ช่วงที่เอสแฟนแดรีเป็นนักเรียนนั้น เขาเป็นเด็กที่เป็นที่ชื่นชมของเพื่อนบ้านและเพื่อนวัยเดียวกันพอสมควร เนื่องมาจากความตั้งใจและความมุ่งมั่นเฉพาะตัวของเอสแฟนดารีเอง หลังเรียนจบเอสแฟนดารีก็เปลี่ยนชื่อจาก อะเมอร์ (Amir) ไปเป็นชื่อที่ดูเป็นสากลกว่าซึ่งก็คือ แอนโตนิโอ (Antonio) และก็เริ่มเข้าสู่โลกการทำงานของผู้ใหญ่

 

แอนโตนิโอ เอสแฟนดารี (Antonio Esfandiari)
แอนโตนิโอ เอสแฟนดารี (Antonio Esfandiari)

นักมายากลผู้พลิกผัน

ช่วงแรกของการทำงาน อาจจะด้วยนิสัยของเอสแฟนดารีเองที่ชอบความตื่นเต้นและมีอารมณ์ผจญภัยนิดๆ เอสแฟนดารีเริ่มชีวิตการทำงานด้วยการเป็นบริกรในภัตตาคารใกล้บ้านแห่งหนึ่งในแคลิฟอร์เนีย ซึ่งที่นี่เองที่เป็นจุดเริ่มต้นของฉายา “พ่อมด” เพื่อนร่วมงานของเอสแฟนเดียรีเล่นมายากลให้เขาด้วยซึ่งทำให้เอสแฟนเดียรีรู้สึกสนใจมาก เขาพยายามหาความรู้และข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับมายากล ตั้งแต่ร้านขายของมายากล ถามเพื่อนๆ ไปจนถึงตามหาหนังสือสอนมายากลต่างๆ เอสแฟนเดียรีไม่ยอมหยุดหาจนกว่าจะเจอเทคนิคลับที่คลายความสงสัยเวทย์มนต์ที่เขาได้เห็นก่อนหน้านี้

ผลพวงจากการที่เอสแฟนเดียรีค้นคว้าหาคำว่าที่สุดแบบไม่หยุดหย่อนในเรื่องมายากลนี้ ทำให้เขาเองก็กลายเป็นนักมายากลที่น่าจับตามองมากขึ้นเรื่อยๆ งานบริกรของเขาก็ยังทำอยู่เพื่อจ่ายค่าน้ำค่าไฟค่าดำรงชีพพื้นฐานต่างๆ แต่แบงค์มูลค่าร้อยดอลล่าร์เป็นกำในแต่ละวันที่เขาได้มานั้นมาจากการเล่นมายากลข้างถนน ซึ่งสนุกและทำกำไรกว่าเป็นไหนๆ เอสแฟนเดียรีใช้ชีวิตแบบนี้ต่อไปอีกพักหนึ่งจนเพื่อนที่แชร์ห้องเช่ากับเขาแนะนำเอสแฟนเดียรีให้รู้จักกับโลกของโป๊กเกอร์ บังเอิญเหลือเกินที่เพื่อนร่วมห้องของเอสแฟนเดียรีนั้นเป็นนักโป๊กเกอร์อาชีพอยู่แล้ว และเขาก็สอนเอสแฟนเดียรีเล่นโป๊กเกอร์อยู่พักหนึ่ง จนกระทั่งมันเป็นจุดเริ่มต้นของนักโป๊กเกอร์ชื่อกระฉ่อนที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์

เอสแฟนเดียรีมักจะพูดอยู่เสมอว่าความสำเร็จในเรื่องโป๊กเกอร์ของเขามาจากการที่เขาเป็นนักมายากล เพราะทักษะจากการเล่นมายากลทำให้เขาสามารถมองเห็นการเปลี่ยนแปลงชั่วแวบจากอารมณ์ของมนุษย์ที่คนทั่วไปมักมองไม่เห็นซึ่งทำให้เขาได้เปรียบคนอื่นในจุดนี้ ในช่วงเริ่มต้นที่เอสแฟนเดียรีเล่นโป๊กเกอร์ แม้จะมีประสบการณ์ไม่มากแต่เขาก็ชนะทัวร์นาเม้นต์เล็กๆ ได้รายการนึง และเขาก็เริ่มสนใจมันมากขึ้นนับแต่นั้น

จากรำคาญจนกลายเป็นเพื่อนสนิท

เอสแฟนเดียรีหาเงินจากทั้งโป๊กเกอร์และมายากลสลับกันไปจนวันหนึ่ง ไปเจอกับเจ้าถิ่นฝีมือดีอีกคนซึ่งก็คือ ฟิลล์ ลาคค์ Phil Laak ซึ่งลาคค์ไม่ได้ตื่นเต้นกับฝีมือและลวดลายของเอสแฟนเดียรีแบบที่คนอื่นๆ รู้สึก แต่ลาคค์ต้องการจะไขความลับนั้นออกมาว่าเอสแฟนเดียรีมีความพิเศษอย่างไร ความตื๊อของลาคค์ทำให้เอสแฟนเดียรีรู้สึกรำคาญจนพยายามหลบเลี่ยง แต่ลาคค์ก็ไม่ยอมเลิกง่ายๆจนเอสแฟนเดียรียอมญาติดีด้วย และทั้งสองก็กลายเป็นเพื่อนสนิทกัน ซึ่งความอยากรู้อยากเห็นของทั้งสองคนก็แมทช์กันพอดี คนหนึ่งอยากรู้เรื่องมายากล และอีกคนอยากรู้เรื่องโป๊กเกอร์ ซึ่งทำให้มิตรภาพนี้ช่วยส่งเสริมกันทั้งสองฝ่าย

ทั้งสองคนจับคู่กันและช่วยกันวิเคราะห์เกมเพื่อหาทางพัฒนาให้ดีขึ้น ซึ่งพวกเขาก็ทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆกับโป๊กเกอร์อาชีพ และด้วยบุคลิกที่เป็นกันเองก็ทำให้ทั้งสองโด่งดังมากขึ้นในวงการโป๊กเกอร์ เนื่องจากจุดเด่นประจำของลาคค์เสื้อฮู้ดสีเทาและความชอบที่จะโชว์มายากลให้คนดูของเอสแฟนเดียรี ทำให้ทั้งสองมีฉายา Unabomber (ฉายาของผู้ก่อการร้ายชาวสหรัฐอเมริกาที่ชอบใส่ฮู้ดสีเทา) และพ่อมด

 

แอนโตนิโอ เอสแฟนดารี (Antonio Esfandiari)
แอนโตนิโอ เอสแฟนดารี (Antonio Esfandiari)

พ่อมดกวาดรางวัล

เอสแฟนเดียรีสร้างชื่อโด่งดังทันทีที่เขาลงแข่งทัวร์นาเม้นต์ใหญ่รายการ World Poker Tour ปี 2002 โดยจบด้วยอันดับสาม ได้รางวัลมูลค่า $44,000 USD  ซึ่งแฟนๆจำเขาได้แม่น เพราะเจ้าหนุ่มหน้าใหม่เอสแฟนเดียรีสามารถเล่นงานฟิล เฮลมุธ (Phil Hellmuth) ผู้ยิ่งใหญ่ได้ทั้งจากการเล่น และการพูดจากวนประสาท

ในปีถัดๆมา เอสแฟนเดียรีก็คว้าเงินรางวัลกลับบ้านเล็กๆน้อยๆหลายรายการจากการลงแข่ง World Poker Tour และ World Series of Poker จนกระทั่งปี 2004 ที่ทุกคนเริ่มจับตามองที่ชื่อ Antonio Esfandiari จริงๆ เอสแฟนเดียรีชนะทัวร์นาเม้นต์ World Poker Tour ค่าสมัคร $10000 USD กวาดรางวัลเป็นมูลค่า $1,399,135 USD ซึ่งทำให้ชื่อของเขาดังกระฉ่อนที่สุด และชื่อของเขาก็เข้าไปอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์โป๊กเกอร์ในฐานะนักโป๊กเกอร์อายุน้อยที่สุดที่ชนะรายการ World Poker Tour และชนะผู้เล่นทั้งสิ้น 382 คน

จากความประสบความสำเร็จอย่างสูงในโป๊กเกอร์อาชีพและรสนิยมที่ชอบความหรูหรา เอสแฟนเดียรีชอบใช้เงินที่เยอะจนใช้ไม่หมดของเขาไปกับสิ่งของฟุ่มเฟือยสุดหรูต่างๆอย่าง เสื้อผ้าที่ดีไซน์เฉพาะจากดีไซน์เนอร์ชั้นนำ (designer clothing) รถหรู บ้านเรือนต่างๆ เอสแฟนเดียรียังชอบการสังสรรค์อย่างมากตั้งแต่วัยรุ่นมาจนปัจจุบัน ด้วยไลฟ์สไตล์ที่จัดเต็มขนาดนี้ทำให้บางทีเอสแฟนเดียรียากที่จะโฟกัสกับเรื่องโป๊กเกอร์ได้ เขายังเคยออกมายอมรับว่าเขาเองก็อาจจะสนุกกับปาร์ตี้เกินไปหน่อย แต่มันก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคกับการเป็นนักโป๊กเกอร์อาชีพเท่าไหร่ แต่ไม่ว่าเขาจะออกมาพูดกับสื่อและแฟนๆอย่างไร ณ ตอนนั้นเอสแฟนเดียรีก็ห่างหายไปจากวงการอยู่พักหนึ่งเลยเหมือนกัน

หลังจากได้เงินมามหาศาลจากโป๊กเกอร์ เอสแฟนเดียรีก็ย้ายไปอยู่ที่ลาส เวกัส และเล่นโป๊กเกอร์ต่อที่นั่น แต่เขาก็ยังคงชอบสังสรรค์อยู่เหมือนเดิม ผ่านไปหลายปี จนถึงจุดหนึ่งที่เขารู้สึกว่าเริ่มเหนื่อย และตรึกตรองกับตัวเองดูว่าถึงเวลาที่จะปฏิวัติตัวเองใหม่แล้ว เอสแฟนเดียรีลดการสังสรรค์ลง เข้าฟิตเนสมากขึ้น กลับมาสนใจครอบครัวและทุ่มพลังให้กับโป๊กเกอร์มากขึ้นอีกครั้ง จนชื่อดังกระฉ่อนอีกครั้งจากการลงแข่งทัวร์นาเม้นต์ $1 million One Drop ปี 2012 ที่มีค่าสมัครหนึ่งล้าน USD และเอสแฟนเดียรีชนะได้รางวัลไปมูลค่าประมาณ 18 ล้าน USD

สำหรับรายการ  One Drop นั้นเป็นรายการใหม่ ณ ตอนนั้นซึ่งเป็นที่ถกเถียงกันว่ารายการไหนใหญ่ที่สุดระหว่าง One Drop หรือ WSOP Main Event สำหรับรายการ One Drop นั้นจะเป็นรายการที่อุทิศเพื่อการกุศลแด่องค์กร One Drop Foundation และยังเป็นเวทีที่ให้เหล่าผู้เล่นที่เก่งที่สุดในโลกมาประชันฝีมือกันด้วย โดยผู้เล่นทั้งสิ้น 48 คนจะจ่ายค่าสมัครคนละ 1 ล้าน USD

ด้วยฝีมือและความดุดันเฉพาะตัวในการเล่น ทั้งการ 3Bet 4Bet 5Bet ทำให้เอสแฟนเดียรีได้เปรียบผู้เล่นหลายๆคน และค่อยๆเขยิบเข้าใกล้ตำแหน่งผู้ชนะขึ้นเรื่อยๆ จนเหลือสองคนสุดท้ายกับนักโป๊กเกอร์ชื่อดัง Sam Trickett และเอสแฟนเดียรีก็ชนะในที่สุด ทำให้เขากลายเป็นบุคคลที่ได้ชื่อว่าเป็นนักแข่งทัวร์นาเม้นต์โป๊กเกอร์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ในแง่ของเงินรางวัล

ณ ปัจจุบัน รายได้ทั้งสิ้นจากการแข่งทัวร์นาเม้นต์ของเอสแฟนเดียรีนับเป็นมูลค่ากว่า 27 ล้าน USD

ชื่อของเอสแฟนเดียรีปรากฏอยู่ในสื่อบ่อยครั้ง เพราะเขาชอบโชว์มายากลเป็นครั้งคราว เที่ยวกลางคืน แล้วก็ใช้จ่ายเงินเหมือนใบไม้ แม้ว่านิสัยบางอย่างอาจจะน้อยลงบ้างกว่าเมื่อก่อนก็ตาม แต่เขาก็ยังชื่นชอบความหรูหราฟุ่มเฟือยที่ลาสเวกัสจะมอบให้เขาได้อยู่ดี

เอสแฟนเดียรีได้เขียนหนังสือออกมาหลายเล่ม ออกรายการทีวีหลายรายการ และก็อยู่ในเกมบางเกมเช่นกัน

 

แสดงความเห็น
error: Content is protected !!