ว่าด้วยเรื่อง การพูด ฟัง อ่าน เขียน ภาษาอังกฤษ

มีน้องคนนึงหลังไมค์มา ในแฟนเพจ Thai Poker Beast เกี่ยวกะเรื่องภาษา
เลยเอามาตอบในนี้เผื่อได้อ่านทั่วๆกัน

น้องบอล – ผมอ่านกระทู้เรื่องฝึกภาษาอังกฤษนานแล้ว อยากจะสอบถามพี่เรื่อง เวลาฟังผมฟังไม่ออกเลยว่ามันพูดว่าอะไร ฟังออกเป็นบางคำครับ ทำให้ผมตีความไม่ได้ ขอบคุณมากเลยนะคับ ถ้าพี่จะกรุณาตอบผม


เฮีย – อันนี้ต้องถามกลับว่าฟังมาเท่าไหร่ กี่สัปดาห์ กี่เดือน กี่ปีแล้ว แล้วถามต่ออีกว่า เด็กทารก ใช้เวลากว่าจะฟังนภาษาแม่ออกนี่ใช้เวลากี่ปี เดาๆ น่าจะ 2-3 ปี (นี่ขนาดมันฟังมาตั้งกะอยู่ในมดลูกนะ 555) เทียบกับเด็กทารกอาจจะยังไม่ค่อยตรง แล้วถามใหม่ว่า ถ้ามีไอ้เด็กฝรั่งอายุสัก 15 ปี มาอยู่ไทย กินนอนที่ไทย ไอ้ฝรั่งมันจะใช้เวลากี่ปีถึงฟังออกว่าคนรอบข้างพูดอะไร (เดาๆ ว่าอย่างเร็วก็น่าจะ 1-2 ปี) แล้วถามต่ออีกว่า แล้วพวกเอ็งที่เรียนภาษาอังกฤษกันล่ะจะเอาเร็วขนาดไหน ถ้าอยากฟังออกภายใน 6 เดือน ก็คงถามต่ออีกว่า เป็นเทพบุตรกลับชาติเกิดมารึไงวะ ทำไมถึงเทพขนาดนี้ 5555

ถ้าให้เทียบกับพี่ตอนฝึกฝนเองนะ ฟังกรอกหูวันละ 2-3 ชม 4-6 เดือนถึงจะเริ่มกระดิก แค่กระดิกนะ ฟังออกเป็นคำๆ แต่ก็ยังไม่รู้ว่ามันพูดไรเป็นประโยคอยู่ดี แล้วพอทำต่อไป มันจะกระดิกเยอะขึ้นเรื่อยๆ ละค่อยๆ ฟังออกเป็นประโยค พอเป็นประโยคแล้วมันจะเริ่มสบาย สมาธิที่เราใช้ฟังจับประโยคจะน้อยลง ทีนี้มันจะเริ่มรู้เรื่องทีละ 2-3 ประโยค คราวนี้ก็จะเริ่มรู้เรื่องละ กว่าจะรู้เรื่องจริงจังก็ปาเข้าไป 6 เดือน – 12 เดือน

ถ้าไม่ไรมาก ก็วันละ 1 ชม ฟังเข้าไป หูฟังเสียบเข้าไป เพลงหยุดฟังบ้าง ฟังไปได้แค่ฟินไปวันๆ เรื่องฟินไว้ทีหลังก็ได้จริงไหม ชีวิตมีเรื่องให้ฟินอีกเยอะว่ะหนูๆ เวลาคือปัจจัยหลัก สมาธิคือปัจจัยเร่ง ถ้าตั้งใจฟังมันจะยิ่งเร่งกระบวนการ แต่ถ้าขี้เกียจ ก็เนิบๆ ก็ได้ แต่ต้องฟังทุกวัน


เอาจริงๆ ทุกสิ่งมันต้องใช้เวลาทั้งนั้น
ทั้ง ภาษา, Poker, Forex, ก่อสร้างธุรกิจ แต่ปัจจุบันพวกเรา (โดยเฉพาะพวกเอ็ง) มันถูก spoil มาเยอะ สื่อกลวงๆ มันก็ประโคมความสำเร็จแบบชั่วข้ามคืน ทำธุรกิจรวยแบบเถ้าแก่น้อย, มาร์คเฟสบุ๊ค,VI หนุ่มร้อยล้าน, Tom Dwan, isildur1, ไรพวกนั้น ดูแล้วก็เจ๋ง ได้แรงบันดาลใจ แต่เราไม่รู้เลยว่าโดนทีมการตลาดมันสร้างสตอรี่เสริมมาขนาดไหน

เจเนอเรชั่น Y และ Z อย่างพวกเอ็งคาดหวังกับความสำเร็จไวๆ แต่พอเอาจริงๆ แล้วกลับพบว่ามันยาก ก็ถอดใจ ไปทำอย่างอื่น สุดท้ายไม่มีไรสำเร็จซักอย่าง พูดละนึกถึงไอบทความของ Time Magazine ที่พูดเรื่อง generation Me ซึ่งก็คือคนรุ่นใหม่แบบเราๆ คาดหวังในความสามารถของตัวเอง ว่ากูสุดยอด แต่พอถึงเวลาทำงานจริงๆ เงิบ พบว่าเรากระจอกกว่าที่เราคิดหลายเท่าตัว ไรแบบนั้น (ตามภาพ)

เย็นๆ กันไว้ลูกพี่ ทุกอย่างมันต้องใช้ประสบการณ์ ส่วนรุ่นใหม่ที่มีพรสวรรค์ก็ถือว่าเยี่ยมยอด แต่พึงระลึกไว้ว่าเป็นส่วนน้อย และถ้าเราไม่ได้พิเศษแบบนั้น ก็ต้องใช้เหงือแลกเอา

จากใจรุ่นพี่ gen y เพราะตูก็เป็นเหยื่อการตลาดเกินจริงมาก่อนเหมือนกัน อะเหื้อออ

 

ปล. ถึงน้องบอล ไม่ได้จะว่านายหรอกนะ 555 แต่อยากจะเตือนน้องๆคนอื่นๆเอาไว้ เห็นคำถามเลยนึกได้เฉยๆ)

ปล. 2 มีไรหลังไมค์มาได้ แต่ต้องใช้เวลาตอบหน่อย ถ้าเจอคำถามแจ๋วๆ จะเอามาตอบแชร์กัน

 

#GM

แสดงความเห็น
error: Content is protected !!