ทำไมพวกสื่อฮาวทูเรียนรู้ด้วยตัวเองใช้ไม่ได้เสมอไปกับ Poker

Why self-help doesn’t always work in

ที่จริงไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่ เล่นหุ้น เล่นโป๊กเกอร์ เล่นกีฬา Forex พัฒนาตัวเองพยายามอัพเงินเดือน ทำธุรกิจ ฯลฯ ล้วนต้องใช้ความพยายามอย่างหนักในการปลุกปั้นทักษะสำคัญๆ และพัฒนาในเรื่องนั้น และพวกสื่อฮาวทูก็เป็นทางออกนึงที่ดี ที่เราใช้เรียนรู้สิ่งๆ นึง ไม่ว่าจะ วิดีโอ หนังสือ โปรแกรมอะไรทั้งหลาย แต่ Barry Carter (เจ้าของเว็บ pokerstrategy.com & คนแต่งหนังสือร่วม The Mental Game of Poker 1&2 เคยอ่านเล่ม 1 ดีมาก แต่โคตรง่วงเลย อ่านไม่จบ 555) เขียนเตือนไว้หน่อยว่า พวกเอ็งกำลังเสพติดพวกสื่อฮาวทูเรียนรู้ด้วยตัวเองรึเปล่า? เดี๋ยวจะสรุปให้ฟังเน้นๆ

No magic bullets – ไม่มียาไรได้ผลปุ๊บปั๊บ

คนเราสมัยนี้ต้องการอะไรเร็วๆ เพราะชีวิตมันอยู่ในยุคดิจิตอล พอมาเล่น โป๊กเกอร์ซึ่งมันเป็นเกมที่ต้องใช้ความอดทนเยอะ ก็เริ่มทนไม่ได้ อยากได้ไพ่ดีๆ ไวๆ หรือ อยากหาวิธีเก่งไวๆ แน่นอนว่าสื่อมีผลมาก พวกถ่ายทอด World Series of Poker เอาแต่ไพ่ไฮไลท์มาลง Straight, Flush, Fullhouse, 2 คู่, จับได้ AA, KK ตลอดๆ แต่พอมาเล่นจริงๆจะรู้เลยว่ามันไม่เหมือนที่ดูในทีวีนะเฮ่ย กว่าจะได้ % ที่จะจับได้ QQ-AA มีแค่ 3% เล่นไปร้อยตา จะได้สัก 3 ตาโดยเฉลี่ย ร้อยตาก็กินเวลาสัก 2-3 ชม. นั่งรอจนตูดเปียกโน่น และคนเขียนหนังสือมักจะมีภาพที่ประสบความสำเร็จ อาจจะเป็นแชมป์หรืออดีตแชมป์ (อย่าง Gus Hanzen เป็นแชมป์ใหญ่ครั้งเดียว แล้วมาเล่นออนไลน์ติดลบน่าจะสิบล้าน us $ ได้ แต่หนังสือเค้าก็ใช้ได้นะ) หรืออาจจะเป็นคนที่ภาพลักษณ์ดูดี แต่ผลงานไม่เคยปรากฏก็ได้ (อย่างเซเลบ ภ. บ้านเรา หรืออย่าง Dan Bilzerian ไรเนี่ย ไม่เคยเห็นเล่นโป๊กเกอร์แต่บทความออกมาจังเลยว่าเศรษฐี ถุยย) สื่อพวกนี้ทำให้เรากะเกณฑ์เวลาในการพัฒนาตัวเองผิดไปเยอะ พอคาดผิด ก็ท้อใจว่าทำไมไม่เก่งสักทีวะ

และโป๊กเกอร์ (รวมถึง Forex & หุ้น) เป็นเกมที่มีความแปรปรวน (variance) เล่นกากๆ อาจจะกำไรก็ได้ จนคิดไปว่ามันเป็นวิธีที่ดี สุดท้ายถ้าวัดด้วยกำไร อาจจะหลงทางก็ได้ ถ้า downswing มาเมื่อไหร่ละมรึ้งงง เสร็จ จึงต้องระวังไว้ว่ากำไรที่มันได้มา เพราะดวง หรือเพราะฝีมือ

Self-help addiction – เสพติดการช่วยตัวเอง เฮ่ย ไมอ่านแล้วแปลกๆ !! งั้นเป็น เสพติดพวกสื่อฮาวทูเรียนรู้ด้วยตัวเอง

อีกปัญหานึงของการเรียนรู้ด้วยตัวเองคือ เราจะเสพติดสื่อพวกนี้ จะเอาแต่อ่าน เอาแต่ดู เอาแต่เรียน หลับหูหลับตายัดๆๆ เข้าไป แต่ที่หลงลืมไปคือ ไม่ได้ลงไปเล่น ไม่ได้ลงสนามจริง สุดท้ายมันก็เป็นแค่ความรู้ทฤษฏีที่อาจจะใช้ได้หรือใช้ไม่ได้ก็ไม่รู้ ความรู้ตรงนี้อาจจะล้าสมัยไปแล้วก็ได้ และการอ่านหนังสือจบสักเล่มก็อาจจะทำให้เรารู้สึกดี รู้สึกฟินๆว่าอ่าห์ ข้าได้พัฒนาตัวเองละ เก่งขึ้นแน่นอน แต่แท้ที่จริงแล้วอาจจะไม่ได้พัฒนาไปไหนเลยก็ได้

Passive consumption – การบริโภคสื่อแบบตั้งรับ (ในที่นี้น่าจะเป็น การเรียนรู้แบบเนิบๆ)

เนื่องจากปัจจุบัน ข้อมูลข่าวสารทุกๆเรื่องมันเยอะ ขยะก็เยอะตาม ขยะความคิด ขยะบทความทั้งหลาย มีทั้งดีและไม่ดีให้อ่านฟรีเต็มไปหมด ทำให้บางทีเราอาจจะไม่รู้ว่าอันไหนดีไม่ดี อาจจะขี้เกียจคัดกรอง ก็อ่านๆแม่งไปแหละ เดี๋ยวก็เก่งเอง
ซึ่ง Carter บอกว่าชอบสื่อแบบเสียตังมากกว่า ส่วนใหญ่แต่ไม่เสมอไป พวกความรู้ที่จ่ายตังมันจะแน่นกว่า ลึกกว่า มีประโยชน์กว่า และการเสียตังเป็นค่าความรู้ก็ทำให้เราจริงจังกับมันมากขึ้นด้วย

ปล. ผมก็เชื่อเช่นนั้นเช่นกัน คือต้องเรียนรู้เทคนิคนึง >> เอาไปลองใช้ >> ค่อยมารีวิวดูว่ามันดีมั้ย เข้ากะเรามั้ย ถ้าไม่เวิร์คก็ทิ้ง ถ้าเวิร์คก็เก็บเข้าคลังอาวุธ

ลิงค์ตัวเต็ม เผื่อภาษาอังกฤษได้และต้องการอ่านต้นฉบับนะแจ๊ะ
https://www.pokerstrategy.com/…/Why-self-help-doesn-t-alwa…/

#GM

แสดงความเห็น
error: Content is protected !!