เทคนิค Heads-up เพื่อปิดเกมและคว้าอันดับ 1 ในทัวร์นาเมนต์

บ่อยครั้งที่เราทุ่มเวลาและความสามารถจนสามารถผ่านผู้เล่นมากมายเพื่อเข้าไปสู่ Final Table และได้มีโอกาสดวล Heads-up แต่ซ้ำร้าย เรากลับปิดเกมไม่ได้และตกเป็นอันดับ 2 แทบทุกครั้งไป เราจึงมี เทคนิค Heads-up มาฝากเพื่อช่วยให้คุณปิดเกมและได้อันดับ 1 บ่อยยิ่งขึ้น หรือจะนำไปปรับใช้ในเกมรูปแบบอื่นนอกจากทัวร์นาเมนต์ก็ได้นะ

1. ความแกร่งของไพ่ที่เปลี่ยนไปใน Heads-up

ในการเล่น Heads-up ผู้เล่นบางคนมักจะมีปัญหาเกี่ยวกับการเล่นไพ่อ่อนๆที่พอมี Showdown Value อยู่บ้างตรง River เช่น  A-high หรือ ไพ่คู่อันดับที่ 3 สมมติว่าเรา Raise A9o จาก BTN และอีกฝ่าย Call จาก BB

Flop ออกมา J 7 3 มีสีเดียวกันสองใบ อีกฝ่าย Check-Call

Turn ออกมาเป็น 2 คนละสี อีกฝ่าย Check-Call อีกครั้ง

River ออกมาเป็น 3 คนละสี อีกฝ่าย Check

ถ้าเราถือ A-high และคิดว่าอีกฝ่ายรอ Flush แต่ไม่ติด  แสดงว่าไพ่เราพอจะมี Showdown Value อยู่บ้าง เราสามารถ Check กลับได้และมีโอกาสชนะ ถึงแม้บางครั้งอีกฝ่ายอาจจะถือคู่ 7 หรือ คู่เล็กๆอย่างคู่ 4 แต่การ Bet อีกรอบตรงนี้ไม่ค่อยจะมีประโยชน์เลย เพราะไพ่แย่กว่าเราจะหมอบ และไพ่ที่ดีกว่าเรามีโอกาสจะ Call

แต่ไม่ได้หมายความว่า เราจะ Check ตรง River ทุกครั้งถ้าเราไม่มี Top Pair ถ้าคุณเล่นกับพวก Calling Station ก็อย่ากลัวที่จะ Bet ด้วยไพ่คู่อันดับ 2 หรือ คู่อันดับ 3 ให้มากขึ้นเพื่อทำเงินจากพวกคู่อันดับ 4 หรือ ถ้าคุณโดนอีกฝ่ายจับบลัฟมาก่อนหน้านี้ เราสามารถ Bet เพื่อทำกำไรได้เหมือนกัน เพราะอีกฝ่ายอาจจะลองจับบลัฟอีกครั้งด้วยไพ่อย่าง A-high

2. ล่อให้อีกฝ่ายบลัฟตรง River

สมมติว่า เรา Raise JTs จาก BTN และเจอกับ Loose Player จาก BB

Flop ออกมาเป็น J 7 4 rainbow อีกฝ่าย Check-call

Turn ออกมาเป็น A ถึงตรงนี้อีกฝ่าย Check และเรา Check กลับ

เป็นเพราะไพ่ A ตรงนี้ไม่น่าจะช่วยให้ไพ่อีกฝ่ายพัฒนาเท่าไหร่และเป็นไพ่ที่น่ากลัวสำหรับเราด้วย และถ้าอีกฝ่าย Bet ออกมาตรง River เราจะ Call เพราะเรามีโอกาสจะเจอคู่ที่เล็กกว่าของเราเป็นบางครั้ง หรือบลัฟล้วนๆ ซึ่งมีไม่ค่อยบ่อยหรอกที่อีกฝ่ายจะมีคู่ A คิกเกอร์ต่ำๆที่ Call ตรง Flop และมาติดตรงเทิร์นพอดี เราจะได้ Value เต็มๆจากการ Check ของเราตรง River เพื่อล่อให้อีกฝ่ายบลัฟด้วยไพ่ที่แย่กว่าเรา

นอกจากนี้ การที่เราได้ชิพเต็มๆขนาดนี้จะส่งผลต่อจิตใจของอีกฝ่าย ซึ่งอาจจะทำให้เขาเล่นได้แย่ลง บางครั้งเราไม่จำเป็นต้องใช้ Top Pair ก็ได้ อาจจะมีบางสถานการณ์ที่ใช้ คู่อันดับ 2 หรือ คู่อันดับ 3 ซึ่งหากเราทำแบบนี้ใส่เขาไปครั้งหนึ่งเขาก็จะจำ และการเล่นครั้งถัดๆไป เขาก็ไม่ค่อยกล้าจะบลัฟเราตรง River อีก

3. ควบคุมอารมณ์ให้ดี (Tilt)

การควบคุมอารมณ์ถือเป็นปัญหาใหญ่อีกอันหนึ่ง บ่อยครั้งที่เราเสียพอทใหญ่ๆอาจจะเพราะอีกฝ่ายดวงดีหรือเราพลาดเอง เราจะเริ่มรู้สึกเสียความมั่นใจและกังวลเมื่อเห็นชิพของเราเหลือน้อยลงทุกที พยายามหายใจลึกๆและดึงสติของตัวเองกลับมาให้ได้

4. วิเคราะห์อีกฝ่ายให้ดี

ในการเล่น จะเน้นไปที่การเล่นกับผู้เล่นมากกว่าไพ่บนมือ ยิ่งคุณมีข้อมูลและปรับแผนการเล่นเพื่อให้ได้เปรียบอีกฝ่ายได้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น

ผู้เล่นส่วนใหญ่จะเล่นตามแผนที่วางไว้ตลอดและไม่ค่อยปรับแผนไปตามข้อมูลอีกฝ่ายที่ได้มา เช่น ถ้าอีกฝ่ายเล่น Tight มากเกินไปช่วง Pre-flop คุณแทบจะ Raise ได้ด้วยไพ่ทุกแบบเมื่อคุณอยู่ตำแหน่ง BTN หรือถ้าอีกฝ่ายชอบ Call Pre-flop บ่อยๆแต่จะหมอบถ้าไม่ติดอะไรเลย เราก็ลองใช้ราคา Raise เบาลงตอน Pre-flop แล้วไป C-bet เบาๆแทนตอน Flop ออกมา

การปรับตัวและแผนการเล่นไปตามข้อมูลของอีกฝ่ายถือเป็นสิ่งสำคัญมากหากคุณอยากประสบความสำเร็จในเกมที่ใหญ่ขึ้น

5. บางครั้งไพ่บนมือก็ไม่สำคัญ

หากฝึกฝนการอ่านไพ่ของอีกฝ่ายได้อย่างแม่นยำ ไพ่บนมือบางครั้งก็ไม่จำเป็นเลย เพราะคุณสามารถปั่นหัวอีกฝ่ายได้แม้จะไม่มีอะไรเลยก็ตาม หากคุณรู้ว่าอีกฝ่ายจะหมอบตรง Flop ถ้าเขาไม่ติดไพ่อย่างต่ำ Top pair คุณก็สามารถทำให้เขาหมอบได้แม้จะไม่ติดอะไรเลยเหมือนกัน

ผู้เล่น Weak ส่วนมากจะชอบ Donk Bet หรือก็คือ สมมติคุณ Raise จาก BTN และผู้เล่นอ่อนคนนั้น Call จาก BB ซึ่งแทนที่เขาจะ Check ตรง Flop กลับมาให้คุณ แต่เขาเลือก Bet ออกมาเบาๆแทน ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ถ้าติดไพ่ดีจริงๆเขาน่าจะเลือก Check-Raise มากกว่า การ Donk Bet จึงดูเหมือนเขาอาจจะไม่ได้มีไพ่ดีมาก เราสามารถ Raise กลับไปด้วยไพ่อะไรก็ตามได้และเขาจะมีโอกาสหมอบสูง

แต่กลับกัน ถ้าเราเจอกับผู้เล่น Aggressive แล้วเขา Donk Bet ออกมาใน Flop แบบ Jc Th 6h ตรงนี้เราควรจะระวังมากขึ้น เพราะผู้เล่น Aggressive อาจจะ Bet ด้วยไพ่อย่าง 1 คู่ หรือ รอทั้งไพ่เรียงและสี ซึ่งถ้าโดน Raise เขาก็พร้อมจะบวก

6. ใช้ตำแหน่งที่ดีกว่าให้เป็นประโยชน์

เราสามารถเล่นไพ่ได้หลากหลายมากเมื่อมีตำแหน่งที่ดีกว่า การจะเข้าไปเล่นส่วนใหญ่ก็ควรจะ Raise เพราะส่วนใหญ่แล้วเราสามารถ C-bet ได้แทบทุก Flop เราจึงกดดันอีกฝ่ายได้จากการ C-bet แต่จะมีบาง Flop ที่เราอาจจะ Check ถ้าเรารู้สึกว่าอีกฝ่ายมีโอกาสติดไพ่มากกว่า หรือ เราอาจจะติดไพ่ดีๆแต่จะวางกับดักเพื่อให้อีกฝ่าย Bluff

แต่แนะนำว่าให้เล่น Aggressive โดยการ C-bet ไปเลยไม่ว่าจะติดไพ่ดีๆหรือไม่ติดอะไรเลยเพื่อให้อีกฝ่ายเดาได้ยากว่าเรามีจริงหรือไม่มี และยังเป็นการปั้นพอทให้ใหญ่ด้วยเวลาเรามีของจริงๆ

7. ตำแหน่งแย่กว่าในการ Heads-up

การเล่นในตำแหน่งแย่กว่านั้นยากกว่ามาก  โดยเฉพาะ Heads-up ที่เราจะอยู่ในตำแหน่ง BB ซึ่งเราไม่ควรจะ Call เพื่อไปเล่นบ่อยจนเกินไป คุณอาจจะต้องใช้การ 3-bet แทน ด้วยไพ่พวก Premium หรือ พวก Suited Connectors เป็นบางครั้ง

และเมื่อ 3-bet ไปแล้ว เราควรจะ C-bet ตามด้วยในแทบทุก Flop ที่ออกมา ถ้าโดน Re-Raise All-in ใส่ เราก็อาจจะต้องยอม Call ถึงจะรู้สึกว่าไพ่เราไม่ได้ดีมากในสถานการณ์นั้น เพราะเราลงเงินไปในพอทเยอะ ไม่ควรจะยอมเสียพอทไปง่ายๆ

ในกรณีที่อีกฝ่าย Limp มา แต่คุณมีไพ่ที่สามารถ Raise ได้ ก็ให้คุณใช้ราคาแพงๆไปเลยสัก 4-5 BB เพราะตำแหน่งเราเสียเปรียบ ต้องทำให้เขาเสียเงินเยอะขึ้นหรือบางทีเขาอาจจะหมอบไปเลยก็ได้

 

Source: 1 2 3

 

 

แสดงความเห็น
error: Content is protected !!