เทคนิคการเล่นทัวร์นาเม้นต์เบื้องต้น จาก NikiJunGz

เทคนิคการเล่นทัวร์นาเม้นต์เบื้องต้น จาก NikiJunGz นี้จะอิงจากทัวร์เม้น Blind (บลายด์) ละ 6 นาที และ 9 นาที และค่าสมัคร 3-10E (ยูโร) เป็นส่วนใหญ่ จำนวนคนเข้าร่วมประมาณ 45-90 คน

เรามาเข้าใจข้อดีข้อเสียของ กันก่อน

ข้อดี เราใช้เงินจำนวนเพียงน้อยนิดเพื่อแลกกับโอกาสที่จะได้รับเงินก้อนโต

ข้อเสีย ทัวร์นาเม้นต์ต่างจาก Cash Game ตรงที่เราต้องเล่นจนกว่าจะจบไม่สามารถเลิกกลางคันได้ บางทีสิ่งผิดพลาดเล็กๆน้อยๆ ก็ทำให้เราออกจากทัวร์นาเม้นต์ได้ เช่น ถ้าเราลงทัวร์ไว้ 3 ทัวร์แล้วทัวร์ที่ใหญ่ที่สุดเราดันเจอ  Bad Beat เช่น KK All In กับ JJ แล้ว J มา อาจจะส่งผลให้ Tilt ทำให้เราไป All In มั่วๆกับ 2 ทัวร์เล็กที่เหลือ อาจจะทำให้เราตกรอบทั้ง 3 ทัวร์นาเม้นต์พร้อมกัน เพราะฉะนั้นการควบคุมอารมณ์ก็มีส่วนสำคัญในการเล่นทัวร์นาเม้นต์ เพราะอาจจะต้องเล่นยาว 3-4 ชั่วโมงในทัวร์เล็กๆ และอาจจะมากกว่า 6 ชั่วโมงในทัวร์ใหญ่

 

เรามาเริ่มกันเลย Tournament เล่นยังไง

สำหรับผมทัวร์แบ่งออกเป็นประมาณ 4 ช่วง

ช่วงที่ 1 : ตอนต้นที่บลายด์ ถูกที่สุด 25/50 Stack 100 Big Blind

ช่วงนี้ไพ่ที่ควรเล่นคือ Pocket AA-22 ทุกชนิดถ้าราคาดูฟลอบไม่เกิน 3-4 BB AK AQ AJ KQ QJ 10Js J9s Axs ก็ทำกำไรได้มากในช่วงที่บลายด์ถูกคือ เราติด Set, Two Pair, Straight และ Flush
หรือการ All In เจอกับคนที่ไพ่แย่กว่าเช่น “ถือ AK แล้ว All In กับ AQ” หรือ “ถือ KK แล้ว All In กับ QQ”

ให้ระวังการเล่นไพ่ AJ AT A9-A2 เพราะว่าหลายครั้งเรา Hit A (ถือ Ax แล้วติดคู่ A) มีโอกาสที่คู่ต่อสู้จะ Hit A เหมือนกัน   แต่มี Kicker ที่ดีกว่าอาจะทำให้เราเสีย Stack ไปเยอะหรือหมด Stack พยายามอย่าเอาไพ่ที่แย่และทำให้เราเล่นลำบากตอนติด Top Pair ไปเล่นเช่น K5 Q7 เพราะหลายครั้งเราจะเสียครั้งใหญ่เพราะหมอบ Top Pair ไม่ลง ให้กับคู่ต่อสู้ที่ Kicker ดีกว่า

 

ช่วงที่ 2 : หลังปิดรับสมัครล่าช้า (Late Registration) และ Add On (การซื้อชิพเพิ่มครั้งสุดท้าย สำหรับ Rebuy Tournament)

ช่วงนี้เป็นช่วงที่บลายด์เริ่มมีผลมากขึ้น และถ้าเป็น Rebuy Tournament คือเราไม่สามารถที่จะแพ้ได้อีกแล้ว
บลายด์จะอยู่ที่ประมาณ 500/1000 และแบ่งแยก Deep Stack กับ อย่างชัดเจน

กรณีที่เราเป็น Deep Stack ก็ให้เล่นเหมือนกับตอนแรก คือ Raise เฉพาะไพ่ดีแต่หน้าไพ่ที่เราเอาลงไปเล่นอาจจะกว้างขึ้นเป็น A5 A3s 89s 65s JT  T9 และพยายาม Steal Blind จากตำแหน่งที่ดี หรือจากคนที่
ค่า Vpip น้อยๆบ้าง แต่อย่า Steal บ่อยเกินความจำเป็นเพราะเราอาจจะโดนคนในโต๊ะจับทางได้และ 3Bet หรือ All In กลับมาตอนที่เรา Steal Blind ส่วนในกรณีที่เราเป็น Medium/Small Stack ให้เล่นเหมือนตอนแรกคือเล่นเฉพาะไพ่ดี และ Steal Blind บ้างแต่ไม่บ่อย

 

ช่วงที่ 3 : ช่วง Bubble หรือช่วงก่อน In The Money

ช่วงนี้เป็นช่วงที่ บลายด์ มีค่ามากที่สุด ถ้าเราเป็น Deep Stack หรือ Chip Leader ของโต๊ะ พยายาม Steal Blind ให้มากที่สุด กรณีที่ยิ่งชิพนำเยอะยิ่งดีเพราะคนทั้งโต๊ะจะไม่ค่อยมีใครกล้าสู้กับเราในช่วงนี้
แต่ระวังในกรณีที่จะ Steal Blind คนที่ชิพตํ่ากว่า 5 BB เพราะคนที่จนมุมสู้เสมอ กรณีนี้บางที่ถ้าเราชิพนำมากจริงๆ เราสามารถ ที่จะ Raise หรือ All In เกือบทุกมือได้เลย

 

แล้วถ้าเรา Raise และโดน Bb หรือตำแหน่งอื่น All In หรือ 3Bet กลับมาทำยังไง?

ต้องดูก่อนเลยว่าเรา Raise ด้วยไพ่อะไร ถ้า Raise ไปด้วย AK และเจอคนที่เป็น Short Stack เค้า All In กลับมาส่วนใหญ่ 80% ให้เรา All In ทับคนที่เหลือด้วยเพื่อปกป้อง Hand ของเราจากคนอื่นที่อาจจะคอลตามมาเฉยๆ (ถ้าคนอื่นจะตาม เค้าต้องเสี่ยงหมดหน้าตัก หรือเสียหายหนัก ทำให้เค้าไม่กล้าตามพร่ำเพรื่อ) แต่กรณีที่เราเอาไพ่ ขยะอย่าง J7 ไป Raise Steal Blind ถ้าคนที่ All In มีไม่เกิน 6BB ให้ Call แต่ถ้าเจอคนที่ Stack เท่ากัน หรือ Stack กลางๆ 3Bet หรือ All In ใส่เรา ก็ให้หมอบทันที

ถ้าเราถือ AJ และมีชิพประมาณ 150K เจอกับคน Stack 90K ที่ Blind 2/4K เราRaise 8K และเจอ 3Bet ใส่ 24K เราเหลือทางให้เลือก 3 ทาง
1. คอล 3Bet ดูฟลอป ถ้าเราไม่ Hit ก็หมอบ (ลุ้นฟลอปค่อยว่ากัน)
2. หมอบไปเลย (เซฟๆ ประหยัด)
3. All In กลับไป (เสี่ยงหน่อย)

ถ้าเจอสถานะการตัดสินใจยากแบบนี้ให้เราดูข้อมูลคู่แข่งเป็นว่าเค้าเป็นพวกไหน Loose Aggressive หรือ Tight โดยอาจจะอิงจากค่า VPIP หรือจากการสังเกตการณ์เล่น
โดยทั่วไปถ้าผมไม่มีข้อมูลมากพอผมจะหมอบทันทีเพราะอาจจะกำลังเจอกับ AA QQ KK  JJ AK AQ

Short Stack
Short Stack

ส่วนในกรณีที่เป็น Short Stack

เราทำได้แค่ 2 อย่างคือหมอบกับ All In ถ้าเราเป็น Short Stack ให้เลือกไพ่ที่จะไป All In ให้ดี เพราะเราจะได้เงินรางวัลหรือไม่ได้ขึ้นอยู่กับไพ่ที่เราเอาไปวัด All In เลยทีเดียว

ควรจะเป็น AX KQ Kjs Qjs 10Js หรือ Pocket Pair ในกรณีที่เราเป็น Medium Stack เรายิ่งต้องระวังมากกว่า Short Stack เพราะการเล่นของเราในตอนนี้จะส่งผลถึงอันดับในอนาคตด้วย ถ้าจะ All In ด้วย Ax จงระวังสำหรับ Medium Stack เพราะถ้าเจอ Ax เหมือนกัน ใครที่ Kicker นำจะได้เปรียบ เช่นถ้าเรา All In ด้วย AT A9 และไปเจอ Chip Leader คอลด้วย AQ AJ เราก็อาจจะออกจากทัวร์นาเม้นต์โดยที่ไม่ได้เงินรางวัลเลย

ช่วงสุดท้าย : หลัง In The Money หรือ Final Table

ถ้าเป็น Chip Leader พยายามควบคุมอารมให้ดี ถ้าวัดกับ Stack กลางๆ และเกิด  Bad Beat อย่าให้ส่งผลถึงการเล่นใน Hand ต่อๆไปเพราะเราจะได้เงินรางวัลมากน้อยขึ้นอยู่กับส่วนนี้ด้วย ส่วนการเล่นก็คล้ายๆช่วงก่อนหน้านี้คือ Steal Blind บ่อยๆใน Position ที่ได้เปรียบ หรือเวลามีไพ่ดี

สำหรับ Short Stack ก็เหมือนเดิม หมอบกับ All In ในกรณีที่เล่นจนเหลือ 3 คนสุดท้าย อย่ากลัวที่จะ All In คนที่ชนะคือคนที่กล้า All In และ Call All In

จงระวังการ All In ด้วย Ax ตํ่าๆและคู่ตํ่าๆเสมอ ถ้าเจอสถานการณ์ที่ไม่แน่ใจ การ Check Fold คือตัวเลือกที่ดีที่สุด เทคนิคการเล่นทัวร์นาเม้นต์เบื้องต้น ของผมก็จบเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณมากสำหรับคนที่อ่านจนจบ Credit By Nikijungz

 

ล่าสุดนี้โปร  พึ่งออกหนังสือเทคนิค PLO 5 Cards มา เป็นหนังสือที่กลั่นมาจากประสบการณ์ทำกำไรแบบตัวจริงเลยทีเดียว

หนังสือ PLO 5Card by NikiJungz

สำหรับคนที่ต้องการสั่งซื้อหนังสือ Ebook สามารถคลิกที่ลิงค์นี้ >>>คลิก<<< เพื่อไปซื้อบนเว็บ mebmarket ได้โดยตรงเลยครับ

 


Sticker Line Poker by NikiJunGz
Sticker Line Poker by NikiJunGz

NikiJunGz ยังมีผลงานวาดภาพสติกเกอร์ไลน์อีกด้วย

เชื่อว่านักโป๊กเกอร์หลายๆคนคงเคยเห็นหรือมีสติกเกอร์ชุดนี้แล้วก็เป็นได้ คุณพีท Nikijungz บอกว่าเป็นสติกเกอร์ที่ตอนแรกทำขำๆใช้กันกับเพื่อน อาจจะมีคำเฉพาะอยู่บ้าง อย่างเช่น พะโล้แล้ว (โดนแล้ว) หรือ เซ็งเป็ดหนอน คุณพีทยังบอกอีกว่าปลื้มใจทุกครั้งที่ได้เห็นคนใช้สติกเกอร์ตัวเอง สำหรับคนที่ยังไม่มีสามารถคลิกซื้อได้ที่ลิงค์นี้เลยครับ >> Sticker Line Poker by NikiJunGz

แสดงความเห็น
error: Content is protected !!