จัดการพวก Calling Stations ให้สิ้นซากด้วย 3 ทริคง่ายๆ

A “” is a player who calls often regardless of their hand strength.

หากจะนิยามคำว่า Calling Station ก็จะประมาณว่าพวก Fold ไม่เป็น หาปุ่ม Fold ไม่เจอ check/call ไปเรื่อยๆ จน Showdown
ถ้าจะเปรียบกับกลุ่มอื่นๆ กลุ่มนี้จะง่ายต่อการเอาชนะมากกว่า แต่กว่าจะชนะบางทีก็มีท้อแท้เหมือนกัน (ไม่หมอบสักที)
ในหัวข้อนี้เราจะพูดถึง 3 การปรับเปลี่ยน (Adjustments) ที่จะช่วยให้คุณชนะพวก Calling Station และเพิ่ม Win-rate ของคุณ

1. ลดความถี่ในการบลัฟลง (Drastically reduce your bluffing frequency)
มันมีความหมายมากกก ไม่ใช่แค่สำคัญอย่างเดียว : บลัฟน้อยๆ นานๆที เวลาเจอ Calling Stations
หลายๆคนเจอมากับตัว ที่เอาตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์ที่ตัดสินใจลำบากๆ Bluff/Raise ไม่ดูหน้าดูหลัง สุดท้ายก็เสียเงิน
ทั้งๆที่มันเลี่ยงง่ายมากๆ แค่ลดการบบลัฟลงเหลือให้น้อยที่สุด

ถ้าคุณสังเกตุว่าคู่ต่อสู้คุณ Call แบบไม่มีเหตุมีผล แล้วถ้าคุณไปบลัฟ มีแนวโน้มว่าการบลัฟนั้นจะสูญเปล่า (ยังไงก็ Call)

Put simply, if you notice that an opponent is making absurdly wide calls,
then bluffing them will probably be in vain.

ตัวอย่าง

Americas Cardroom, $0.25 / $0.50 6-Handed. $10.87 Effective Stacks.

Hero is dealt   in the big blind

UTG folds. MP raises to $1. CO folds. BTN folds. SB folds. Hero calls.

Flop ($2.25):  

Hero checks. MP checks.

Turn ($2.25):  

Hero bets $2. MP calls.

River ($6.25):  

Hero bets $7.87. MP calls and shows  

ตามหลักแล้วนี่คือการ Bluff ที่ดี
บอร์ดออกมาตาม Hero’s range คือ J9

แต่เหตุผลนี้มันจะใช้ไม่ได้เลย ถ้าคู่ต่อสู้ยังไงก็ไม่หมอบคู่ที่สาม (Third-pair)
ทีนี้เราก็จะรู้แล้วว่าคู่ต่อสู้เป็นพวก Calling Station ดังนั้นเราควรจะผ่อนการบลัฟลงไปเป็นแผนโต้กลับแทน(counter strategy)

และสิ่งที่เรียนรู้จากประสบการณ์ในครั้งนี้คือ ต้องมีสมาธิเพื่อคอยสังเกตุว่าคู่ต่อสู้เล่นยังไง โดยเฉพาะต้องจำไว้(หรือโน๊ตไว้) เลยว่าคู่ต่อสู้ Showdown ด้วยไพ่อะไร ถ้าเราจะสู้กับพวกนี้ การรวบรวมข้อมูลนั้นเป็นกุญแจสำคัญมาก เพราะมันจะทำให้เราปรับเปลี่ยนแนวทางการเล่นไปในทางที่ถูกต้อง (making certain adjustments)

แน่นอนว่า Calling Stations จะหมอบบ้างบางครั้งบางคราว ดังนั้นก็บลัฟบ้าง ผสมๆกันไป แต่ให้บลัฟในสถานการณ์ที่เหมาะสม อย่าสาดมั่ว เพราะมันจะมีประโยชน์ต่อภาพลักษณ์ (Table Image) ของเราเวลาคนอื่นมอง ว่าเราเป็นพวกที่กล้าบลัฟ (potential bluffer) ซึ่งจะช่วยทำให้เราได้เงินจากการ Value Betting (คนอื่นมองไม่ออกว่าเราบลัฟหรือเอาจริง) (แต่ถ้าเราไม่บลัฟเลย เราจะกลายเป็นพวกที่ง่ายต่อการโดนปั่น (easy to exploit)

2. Value Bet แบบบางเฉียบ (Razor-) ให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
หนึ่งในรูปแบบการเล่นที่ได้ผลมาที่สุดในการจัดการกับพวก Calling Station ก็คือการ Value Bet แบบบาง (Thin-Value Bet) ซึ่งบางทีก็มี Value น้อยเกินไปถ้าเล่นกับคนส่วนใหญ่

ถ้าคุณมีสมาธิกับเกมส์ คุณจะสังเกตุได้ว่าโอกาสเหมาะๆที่เราจะ Thin-Value Bet นั้น โผล่มาค่อนข้างบ่อยเลยทีเดียว
(Thin Value Bet คือการ Value Bet ที่ไม่ใช่ Best Hand เช่นการ Bet ครั้งสุดท้ายตรงริเวอร์ด้วย QJ กับบอร์ด J85A5)

ตัวอย่าง

Americas Cardroom $0.25 / $0.50 6-Handed. $22.77 Effective Stacks.

Hero is in the CO with  

UTG folds. Villain (MP) raises to $1. Hero raises to $3. BTN folds. SB folds. BB folds. MP calls.

Flop ($6.75):  

Villain checks. Hero bets $2.14. Villain calls.

Turn ($11.03):  

Villain checks. Hero checks.

River ($11.03):  
Villain bets $3.49. Hero raises to $17.63. Villain calls and mucks  

ตัวอย่างนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า ทำไมคุณควรที่คิดสองตลบ ก่อนที่จะทำการ easy-call หรือ easy-check
เมื่อมาถึง River พวกผู้เล่นที่มีความระมัดระวัง (conservative player)
อาจจะแค่ Call คู่ต่อสู้ที่ Bet มา เพราะกลัวว่าถ้ารีเร้สไปจะมีแค่ไพ่ดีกว่าเท่านั้นที่จะคอล
แต่น่าจะเรียก Value ได้มากกว่านี้ ถ้าดูจาก Range ของเขา

– เขาไม่น่าจะมี 6-x หรือ 5-x เพราะเขาคงไม่ Called 3bet pre-flop ด้วยไพ่ต่ำๆ
– ถ้าเขามีไพ่แข็งๆอย่าง QQ-AA เขาก็น่าจะ all-in pre-flop หรือไม่ก็ตอน flop ไปแล้ว(เป็นเราก็ทำงั้น)
Hand Range ของคู่ต่อสู้ ส่วนมาก น่าจะมี showdown value อยู่บ้าง เช่นพวก Ace-high หรือ 77-TT

เอา Range ข้างต้นมารวมกัน ผสมกันกับผู้เล่นที่เตรียมตัวจะยอมแพ้แล้ว (แต่ยังไม่ยอม ถ้าไม่แพงก็จะขอดู 555)
แล้วคุณจะได้สูตรสำหรับการ Razor-Thin value raise (การ Value Bet ที่มันค่อนข้างหมิ่นเหม่มาก ว่าเราจะมี Best Hand)
ซึ่ง จะมีผู้เล่นที่มีไพ่ที่แย่กว่า Call ตามมาเสมอ

3.Bet ให้แรง แพงไว้ก่อน (Overbet)
เหล่า Calling Stations ทั้งหลายมักจะ Call ไปเรื่อย
นั่นหมายความว่า ในหลายๆครา พวกเขาจะ Call โดยไม่คำนึงถึงว่า pot จะใหญ่หรือเล็กขนาดไหน

เราสามารถเอาจุดนี้มาใช้ประโยชน์ได้ โดยการ Value bet ให้แพงกว่าเดิม (using larger sizes with our value bets)

Hand สุดท้ายนี้จะพิสูจน์ว่า max value bet มันมีความสำคัญอย่างไร

ตัวอย่าง

Americas Cardroom $0.25 / $0.50 5-Handed. $50 Effective Stacks.

Hero is in the BB with  

MP folds. CO folds. BTN folds. Villain (SB) raises to $1.50. Hero raises to $4.50. Villain calls.

Flop ($9):  

Villain checks. Hero checks.

Turn ($9):  

Villain checks. Hero bets $7. SB calls.

River ($23):  
Villain checks. Hero bets $38.50. Villain calls and mucks  

คู่ต่อสู้ Checks เป็นครั้งที่ 2 เมื่อถึง Turn หลังจากนั้น Call c-bet
(ซึ่งการ check/call นั้น เขาไม่น่าจะมี two-pair+ แน่นอน ไม่งั้น check/raise ไปแล้ว)

เมื่อมาถึง River เราก็มั่นใจได้เลยว่าเรามีไพ่ที่ดีกว่า ดังนั้นเราควรเพิ่มขนาด (bet size up)(ดูเหมือนการบลัฟ) เพื่อให้คู่ต่อสู้ Over-call

สำหรับการ Overbet คือเมื่อไหร่ที่เรา Overbet นั้น มันเหมือนเราประกาศกับอีกฝ่ายว่า กูมีไพ่ที่โครตดี (very strong hand) หรือไม่ก็ไม่มีอะไรเลย (complete air) จะหมอบหรือจะตาม แต่ท้ายที่สุด คู่ต่อสู้จะยังคง Call down ด้วยไพ่ธรรมดาๆ ต่ำๆ (เฉพาะ Calling Stations นะ)

การจะใช้วิธี larger bet sizes หรือการ Bet เยอะๆ หนักๆ ในสถานการณ์ที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง มีหรือไม่มี
จะได้ผลมากสำหรับพวก Calling Station (ถ้าจะใช้กับคู่ต่อสู้ประเภทอื่น คิดให้เยอะๆ เราอาจจะแตกหักเอง 555)

สรุปกลยุทธ์รับมือพวก Calling Station คือ
– ลดความถี่ในการบลัฟลง
Thin Value bet ให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้
– Overbet เมื่อเรามั่นใจไพ่ในมือ (เก็บข้อมูลเกี่ยวกับ Hand Ranges ของอีกฝ่ายให้ได้มากๆก่อน)

เทคนิคนี้สามารถใช้ได้ทั้ง Cash Game และ Sit&Go

สรุปจาก : https://www.upswingpoker.com/calling-stations-poker-strategy/

โดย

แสดงความเห็น
error: Content is protected !!