คุณสามารถ Aggressive ได้ขนาดไหนใน 4 สถานการณ์เหล่านี้?

การเล่นตามรูปแบบตามตำราสามารถที่จะเอาชนะพวกผู้เล่นธรรมดาๆ หรือแย่ๆ ได้ แต่เมื่อไหร่คุณไปเจอพวกผู้เล่นดีๆ ที่มีประสบการณ์ สิ่งที่เรียนรู้มาอาจจะไม่พอ คุณคงโดนกดดันจนแทบจะไม่มีโอกาศได้เล่นเลยด้วยซ้ำ ถ้างั้นควรต้องทำยังไงดี? มันโหดมาก็โหดกลับไงครับ

วันนี้จะเขียนถึง 4 เหตุการณ์ที่สามารถนำปรับใช้เวลาสู้กับพวกผู้เล่นเก่งๆ ได้

อันนี้เจาะจงว่าต้องทำให้ได้ก่อนเลยนะครับ คือ

  • สังเกตุให้เจอ ว่าสถานการณ์ไหนที่ปกติแล้วเราไม่เคยบลัฟเลย หรือนานๆ ครั้ง ก็ลอง Bet หรือ Raise ในสถานการณ์เหล่านี้ดูครับ ซึ่งสถานการณ์แต่ละสถานการณ์อาจจะใช้ไม่ได้กับผู้เล่นทุกคน เราก็ต้องเลือกใช้ให้ถูกที่ถูกเวลาถูกคนด้วยนะครับ

แต่การจะหาสถานการณ์ที่เหมาะสมในการตอบโต้นั้นไม่ได้หาง่ายๆ อาจจะหาไม่เจอในโต๊ะนี้ แต่ก็พยายามหามันต่อในโต๊ะต่อๆ ไปครับ

ซึ่งสถานการณ์ที่ผมกำลังจะบอก จะช่วยให้คุณสามารถเข้าใจในสิ่งที่ผมเขียนได้ดีขึ้น ซึ่ง 4 สถานการณ์เหล่านี้ คนส่วนมากจะนิยมเล่นกัน Passive เกินไป ประกอบด้วย

  1. Probing on the . (ยิง ตอน Turn)
  2. Raising against a turn continuation bet. (รีเร้สช่วงเทิร์นใส่คนที่ Cbet มา)
  3. Delayed c-betting. (ดีเลย์ Cbet)
  4. Check-raising on the flop after calling a 3-bet. (เช็คเร้สฟลอปหลังจากคอล )

ผมจะยกตัวอย่างสถานการณ์ที่น่าสนใจ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ผู้เล่นส่วนใหญ่น่าจะแทบไม่ได้เล่นแบบ เลย

1. Probe Bet ในช่วง Turn

การ Probe Bet คือเมื่อคุณอยู่นอกตำแหน่ง(Out of Position) แล้วคุณ Bet ใส่ผู้เล่นที่ไม่ยอม Cbet มาก่อนหน้านี้ และ Probe Bet จะหมายถึงแค่เฉพาะในช่วง Turn กับ River เท่านั้น ไม่เกี่ยวกับ Flop นะครับ

โดยทั่วไป จะสามารถทำกำไรจากการ -Probe ได้บ่อยๆ เพราะผู้เล่นส่วนใหญ่มักจะเผยจุดอ่อนโดยการ Check-Back ในช่วง Flop มาทำให้เรากำหนด Probe Range ได้ โดยการเฉลี่ยน้ำหนักให้ดี ก่อนจะทำการ Bluff โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพวกผู้เล่นอ่อนๆ ที่ไม่ค่อยจะแคร์เรื่องความสมดุลของ Sizing และ Balanced สักเท่าไหร่

นั่นหมายความว่า คุณไม่ควรจะ Probe แบบบ้าคลั่งหรือทุกครั้งที่คุณไม่มีอะไรบนมือ ด้วย 2 เหตุผลคือ

  • คุณจะเปิดโอกาศให้ตัวเองโดนบรรดาผู้เล่นที่เก๋ากว่าใช้ประโยชน์จากการเล่นของคุณเอง
  • การ Over-Bluffing ของคุณจะปิดฉากลงงามๆ เมื่อ Board Textures ในฝันของคู่แข่งคุณโผล่ออกมา(เจ็บหนักละทีนี้)

การปรับ Probe Range ของเราให้เหมาะสมกับ Board Texture นั้นจึงมีความสำคัญมาก ถ้า Board เป็นประโยชน์กับคุณ เช่น 8-6-5-3 หรือ T-9-5-4 อันนี้คุณสามารถจะ Probe ได้ โดยโอกาศที่คู่แข่งจะหมอบนั้นมีสูง ทั้งจากผู้เล่นที่อ่อนแอเอง หรือจากไพ่บนมือที่ไม่มีโอกาศพัฒนาต่อได้อีก แต่กับบน Board ที่ไม่เกิดประโยชน์กับคุณ เช่น J-9-4-A หรือ A-K-6-6 สิ่งที่คุณควรทำก็คือการ Check ไว้ก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงการ Over-Bluff ที่จะพาคุณลงเหว 5555

สุดท้ายที่จะแนะนำในการ Probe

เพราะผู้เล่นส่วนใหญ่มี Check-Back Range ที่ไม่แข็งแรง ดังนั้นคุณสามารถ Probe แบบเบาๆ (Thinly for Value) ได้ ทำให้ไม่ต้องมานั่งกังวลมากมาย ว่าจะโดนกับดักอะไรหรือเปล่าด้วย เพราะไม่ได้เอาเงินเข้าไปเสี่ยงมากมายอะไร

2. Raise เพื่อสู้กับ Cbet ในช่วง Turn หลังจากที่เรา Call ช่วง Flop

หลังจากที่คุณ Call มาจาก Flop แล้วถ้า Turn เปิดมาดูไม่มีพิษภัยอันตราย คุณไม่ควรจะ Raise บ่อยๆเพราะ Value Hands ส่วนใหญ่จะเหมือนกับ Flop ดังนั้นเราจะ Raise เพื่อสร้าง Value แทนหลังจากนั้น

ลองมาดูตัวอย่างกันครับ

100NL 6-max on PokerStars. 100BB effective stacks.

Hero is dealt    on the button

utg folds. Hijack raises to $2.50. co folds. Hero calls. blinds fold.

Flop ($6.50)  

Hijack c-bets $2.75. Hero calls.

เรา Call แบบนี้โอกาศจะเสียมีมากกว่า แต่ก็ไม่ใช่การตัดสินใจที่แย่เกิน เพราะคุณยังอยู่ใน Position และ Odds ที่ได้มันมากกว่า 3:1 ในการเลือก Call

Turn ($12)  

Hijack c-bets $7. Hero…

นี่มันไพ่ในฝัน…..

ตอนนี้คุณมี Set(ตอง) คุณต้องการจะ Raise เพื่อสร้าง Value แต่ก็อยากจะ  Bluff ด้วยเหมือนกัน เพื่อทำให้มันสมดุลกัน คุณมีคู่ 5 อยู่บนมือ ทำให้ตอนนี้คุณมี 3 Combos คุณกำหนด Value Range ขึ้นมา และสิ่งที่คุณต้องการคือแค่ 2-3 Bluff Combos เพื่อให้มันยัง Balanced กัน

ไพ่ที่ดีที่สุดที่เราจะ Bluff คือ   หรืือ    แม้ว่าไพ่เหล่านี้ควรจะแค่ Call เฉยๆ เพื่อหลบความเสี่ยงในการเจอ 3-Bet Shove(All-in)

ยังไงก็ตามไพ่ที่คุณเลือกในการ Bluff มันไม่สำคัญเท่าไหร่ ถ้าอัตราส่วนระหว่าง Value กับ Bluff  ยังสมดุลกันอยู่

ไม่เฉพาะแค่ต้อง Cbet ในช่วง Flop อย่างเดียว คุณสามารถใช้วิธีเดียวกันนี้ได้ ถ้า Check กันทั้ง 2 ฝ่ายในช่วง Flop แค่คิดว่าไพ่ใบไหนที่เมื่อเป็นคุณแล้วคุณเลือกที่จะ Bet ในช่วง Flop (จะได้ไม่ไปทำเหมือนว่ามีไพ่นั้น ตอนช่วง Bet เทิร์น)

3. 

การ Delay Cbet คือเมื่อผู้เล่นที่มีความก้าวร้าว Raise มาตั้งแต่ Preflop แต่ดัน Check เฉยเมื่อ Flop เปิดมา แล้วค่อยมา Bet ต่อในช่วง Turn

คุณคงทำแบบนี้กันเป็นเรื่องปกติใช่ปะครับ? เพื่อสร้าง Value ในตอนที่ไพ่บนมือคุณมันไม่ยังแข็งพอที่จะ Value Bet ได้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นซึ่งจะทำให้ Pot ใหญ่เกินไพ่(หรือจะเรียกว่า Pot Control ก็ได้)

เช่นเมื่อคุณ Raise ด้วย A กับอีกใบที่ต่ำๆ แต่เป็นสีเดียวกัน(Suited) คุณเลือก Check หลังจาก Flop เปิดมาแล้ว เพราะคุณไม่มีอะไรติดมือเลย(Ace-High) และคุณอาจจะ Cbet เมื่อ Flop เปิดมาแล้วติดไพ่ที่แข็งมากๆ และช่วยบล็อคไพ่ดีๆ บนมือของคู่ต่อสู้ออกไป เช่น คุณถือ QQ บน Flop Q-7-2

การเลือกใช้ Bluff Delay Cbets นั้นยากและจุกจิกกว่าการเลือกไพ่เพื่อ Value Bet เยอะ โดยเฉพาะคนที่ Cbet ฟลอปด้วยไพ่ Draw ทุกแบบ ทำให้ไม่เหลือไพ่ไว้บลัฟต่อตอนเทิร์นเลย

หรือบางครั้งคุณอาจจะ Bluff โดยการ Check Back เพื่อดู Backdoor Draws

ตัวอย่างคือคุณสามารถ Check Back  บน Flop    ได้เพื่อเตรียมการ Bluff โดยการทำให้เขาคิดว่าเรากำลังรอ Draw (9, 8, 4, 3 หรือหลามตัด) (ซึ่งมันจะโผล่มาประจำในช่วง Turn 555) หลังจากนั้นคุณจะทำให้เขา Fold โดยการ Probe Bet

แนวทางง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าจะเลือกล่น Backdoor Draws แบบไหนระหว่าง Cbet ตั้งแต่ช่วง Flop หรือ Delay Cbet

  • ใช้ Cbet Flop กับไพ่ต่ำๆ เพื่อเอาไว้กันการโดน Probe Bet เช่น 6s5s บน AsKh3d
  • ใช้ Delay Cbet กับไพ่สูงๆ ที่สามารถเอาไว้ Call ได้เวลาโดน Probe Bet เช่น Kd5d บน Flop เดียวกัน

ซึ่งคุณจะต้องทำแค่ Check Back ช่วง Flop อย่างเดียว อย่าเปลี่ยน Equity ใดๆ ทั้งสิ้น แล้วจะทำให้เรามีโอกาศในการกระซวก Pot หลังจากที่เรา Checked

4. Check-Raising ช่วง Flop หลังจากที่ Calling 3-bet

บางทีคุณ Call 3bet Out of Position แล้ว Flop เปิดมาดันทำให้ไพ่เราดีที่สุด พร้อมจะจัดหนักใส่พวกคู่ต่อสู้ที่มีพวก Overpair หรือ Top Pair และแน่นอน พวกเขา Cbet มาชัวร์ๆ ทีนี้คุณมีอยู่ 2 ทางเลือกครับ

  • Check-Raise สวน Cbet ไปเลย แล้ว Shove(All-in) ต่อในช่วง Turn
  • Call เพื่อดึง Value จากไพ่ดี (Value Hand) ของอีกฝ่ายหรือรอเขาบลัฟ

ถ้าเลือกข้อแรก คุณต้องคิดถึงไพ่ที่จะเอาไว้ Bluff Check-Raise ไว้ด้วย

ตัวอย่าง

$0.50/$1.00 6-max on PokerStars. $100 effective stacks.

Hero is dealt    in the hijack

utg folds. Hero raises to $2.50. Cutoff 3-bets to $8. 3 folds. Hero calls.

Flop ($17.50)  

Hero checks. Cutoff bets $10. Hero raises to $32.

จากตัวอย่าง Value Hands คือ TT, JJ และ JTs ดังนั้นเราต้องเลือกอะไรสักอย่างมา Bluff ให้เหมาะกับไพ่พวกนี้ จริงๆ แล้วแทบไม่ต้องคิดเลย ซึ่งก็คือพวก Draws นั่นเอง เช่น   และ ,      และ   ถ้าเรา Call ไพ่พวกนี้ช่วง Preflop เราจะมี Equity ที่เยอะ

ยังไงก็ตาม Combo Draws เหล่านี้มีค่า Equity ที่เยอะเกินกว่าจะคิดว่ามันคือการ Bluffs คือถ้าคุณ Bluff อย่างเดียวด้วยไพ่เหล่านี้ ต่อไป Hand Range ของคุณจะไม่ศักสิทธิ์อีกต่อไป คู่แข่งจะกล้า Check/Raise เรามากขึ้น แทนที่จะ Fold ดังนั้นที่เราต้องการคือไพ่ที่มันมี Equity ต่ำกว่า

ตัวเลือกที่ดีก็คือ KQs ที่ไม่ใช้โพธิ์ดำ และคอมโบพวก AKo กับ AQo ที่มีโพธิ์ดำใบนึง เราอาจจะพยายามบาลานซ์ Range ในการสาดออลอินตรงเทิร์นโดยการเช็คโฟลด์ไพ่พวก AKo และ AQo ถ้าตรงเทิร์นไม่มีโพธิ์ดำโผล่มาอีกใบ และรอจังหวะสาดรอบอื่นแทน

อย่า บน Flop

จุดประสงค์ของบทความนี้ก็คือเพื่อสนับสนุน ส่งเสริมให้ผู้อ่าน/ผู้เล่น กล้า Bluff ให้มากขึ้นอีก อย่างไรก็ตาม นี่คือสถานการณ์ที่ไม่ควรจะมีการ Bet ใดๆ เกิดขึ้นเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณต้องดวลตัวต่อตัว และคุณ Out of Position โดยคนที่คุณกำลังตัวต่อตัวด้วยในช่วง Flop นี้ เป็นพวกที่แรงมาตั้งแต่ยังไม่ถึง Flop

เพราะว่าคู่ต่อสู้ประเภทนี้มักจะมี Hand Ranges ที่แข็งกว่าคุณเสมอ ซึ่งหมายความว่า Value Bets ของคุณจะต้องมีไพ่ที่ดีมากขึ้นกว่าเดิมอีก เพื่อที่จะเอาชนะพวกนี้ จะเมคเซนส์กว่าถ้าคุณเล่น Value Hands เหล่านี้ด้วยการ Check/Raise แทน ดีกว่าที่จะไปเริ่ม Donk เขาก่อน เหตุผลก็คือ

  • คู่ต่อสู้คุณจะ Value Bet มาบ่อยๆ ด้วยมือที่แข็งๆ ซึ่งทำให้คุณสามารถเพิ่มขนาดของ Pot เข้าไปได้อีกด้วยการ Check/Raise
  • ล่อการ Bluff Cbet จากใครสักคน
  • ป้องกัน Checking Range ของคุณเอง (ขู่ไว้ว่ายิง Cbet มามั่วๆ กูเช็คเร้สใส่นะ)

ความผิดพลาดที่เห็นได้ทั่วไปมากๆ สำหรับมือใหม่ที่ชอบไปดู Flop ด้วยไพ่ที่เสี่ยงๆ อย่างเช่นติด Top Pair บนบอร์ดอย่าง 8-6-5 นี่คือการเคลื่อนที่ที่ไม่ดี แม้ว่าสุดท้ายคุณอัดให้มือส่วนใหญ่ที่แพ้คุณหมอบลงได้(แม้กระทั้งมือที่มี Equity ด้วย) แต่ก็จะโดน Call ด้วยไพ่ทุกมือที่สามารถชนะคุณได้เหมือนกัน พูดง่ายๆ คือมันเป็นการ Bet ที่ไร้ประสิทธิภาพมากๆ

ในบางสถานการณ์ ถ้ามันไม่สมควรที่จะ Value Bets ก็ไม่ควรจะ Bluff ใดๆ ด้วยเหมือนกัน เพราะมันก็ไม่เมคเซนส์เช่นกัน แม้ว่าการลองจิ้ม Flop ที่ดูละอีกฝ่ายไม่น่าจะติดอะไรจะดูเป็นวิธีน่าสนใจก็ตาม แต่ถ้าเจอกับคู่ต่อสู้เก่งๆ เขาก็พอจะอ่านออกว่าคุณก็ไม่มีเหมือนกัน และรับมือด้วยการ Float (Call เพื่อเตรียมบลัฟกลับ) หรือรีเร้สใส่

สรุป

นี่เป็นบทความที่มีเรื่องยิบย่อยมากมายเลยนะครับ ถ้ารู้สึกว่ามันเยอะเกิน มันยาก มันเยอะ ก็ไม่ต้องไปกังวลครับ เพราะไม่มีใครที่จะเก่งได้ ด้วยการเล่นเพียงแค่ช่วงข้ามคืนได้หรอก โชคดีครับ

สรุปโดย

Credit : https://www.upswingpoker.com/aggressive-poker-strategy-spots/

แสดงความเห็น
error: Content is protected !!