Multiple Level Thinking ชนะแน่แค่คิดให้เหนือไปอีกระดับ

Multiple Level Thinking หรือ กระบวนการคิดหลายระดับ เป็นสิ่งสำคัญในโป๊กเกอร์ เวลาเข้าไปร่วมโต๊ะเราต้องพยายามคิดให้เหนือกว่าอีกฝ่ายหนึ่งระดับอยู่เสมอ ดังคำกล่าวที่ว่า รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง ถ้าเราสามารถอ่านอีกฝ่ายได้กระจ่าง เราจะหาวิธีรับมือได้และจัดการอีกฝ่ายได้อยู่หมัด

แต่ถ้าเราไม่สามารถหาข้อมูลมาปะติดปะต่อเพื่อหาภาพรวมในการเล่นของอีกฝ่ายได้ เราจะรู้สึกเลยว่า เราทำเงินจากโป๊กเกอร์ได้ยากขึ้น

การอ่านทางในการเล่นของคู่ต่อสู้ถือเป็นทักษะที่สำคัญมากๆสำหรับคนที่จะเป็นนักโป๊กเกอร์ที่ชนะในระยะยาว ถ้าเราสามารถอ่านได้ว่า หากคู่ต่อสู้เล่นมาแบบนี้เขามีโอกาสจะถืออะไรได้บ้าง เราก็สามารถหาวิธีที่ได้กำไรมากที่สุดได้

Multiple Level Thinking ในโป๊กเกอร์

การหาว่าอีกฝ่ายถือไพ่อะไรอยู่ค่อนข้างจะยาก และมันจะขึ้นอยู่กับตัวเราด้วยว่าเราคิดอยู่ในระดับไหน โดย David Sklansky เป็นคนแรกๆที่นำเรื่องกระบวนการคิดหลายระดับในโป๊กเกอร์ออกมานำเสนอผ่านหนังสือของเขา NL Holdem Theory and Practice ซึ่งมีอยู่ถึง 6 ระดับ ได้แก่

  • ระดับ 0 ไม่ได้คิดอะไรเลย
  • ระดับ 1 ตัวเองมีไพ่อะไร
  • ระดับ 2 อีกฝ่ายมีไพ่อะไร
  • ระดับ 3 อีกฝ่ายคิดว่าเรามีไพ่อะไร
  • ระดับ 4 อีกฝ่ายคิดว่าเราอ่านอีกฝ่ายอยู่ว่ามีไพ่อะไร
  • ระดับ 5 อีกฝ่ายคิดว่าเราอ่านอีกฝ่ายอยู่ว่าอีกฝ่ายคิดว่าเรามีไพ่อะไร

แค่ถึงระดับสุดท้ายก็ปวดหัวแล้ว คงไม่น่าจะมีคนที่คิดเหนือมากกว่าระดับนี้แล้วแหละ คิดดูว่า แค่การคิดในระดับสูงๆ การจะเขียนออกมาเพื่อให้เข้าใจนี่ก็ยากมากแล้ว แต่ในโป๊กเกอร์เราสามารถใช้ Multiple Level Thinking ได้หลายระดับ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับผู้เล่นที่เราเจอ ถ้าอีกฝ่ายเป็นนักโป๊กเกอร์หน้าใหม่ไร้ประสบการณ์ก็จะอยู่ที่ระดับ 0 หรือ 1 แต่ถ้าเป็นผู้เล่นเก่งๆก็จะอยู่ระดับ 4 ขึ้นไป

ความแตกต่างของแต่ละระดับ

การคิดหลายระดับ มีความแตกต่างกันอยู่พอสมควร เราควรจะรู้ว่าแต่ละระดับมีความคิดอย่างไรกับเกมที่เขาเล่นเพื่อจะนำข้อมูลนั้นไปใช้จัดการอีกฝ่าย

ระดับ 0 – ไม่ค่อยอยากจะนับเป็นระดับเท่าไหร่ แต่อยากจะใส่ไว้เพื่ออธิบายถึง ผู้เล่นที่ไม่รู้เกี่ยวกับกฎกติกาของเกมเลย หรือ อาจเป็นผู้เล่นที่ไปปาร์ตี้มาหนัก เมามาแล้วก็มาเล่นโดยไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรไปบ้าง(แปลกๆละอันนี้)

ระดับ 1 – ระดับพื้นฐาน ส่วนใหญ่จะเป็นผู้เล่นที่เพิ่งเข้าใจกติกาเกมมาใหม่ๆและจะมีสมาธิอยู่แต่การพิจารณาว่าระดับความแข็งแกร่งของไพ่ตัวเอง (Hand Ranks) อยู่ในระดับไหน ผู้เล่นระดับ 1 จะ Bluff ไม่ค่อยเป็น โดยมักจะบลัฟแบบไม่สนหรอกว่าอีกฝ่ายถือไพ่อะไรอยู่

ระดับ 2 – ระดับที่ผู้เล่นโป๊กเกอร์ส่วนใหญ่ที่พอมีประสบการณ์มาบ้างจะอยู่ แต่ยังไม่เป็นผู้เล่นที่ชนะในระยะยาวหรอก ผู้เล่นในระดับนี้จะคิดว่าอีกฝ่ายถืออะไรอยู่ แต่ยังไม่ค่อยมีความรู้ในการเล่นโป๊กเกอร์โดยใช้ คณิตศาสตร์ สถิติ หรือ ใช้กลยุทธ์ที่ถูกต้องตามสถานการณ์สักเท่าไหร่

ระดับ 3 – ผู้เล่นในระดับนี้ถือเป็นผู้เล่นที่ชนะในระยะยาวแล้ว เพราะพวกนี้จะคอยคิดอ่านเกมผู้เล่นรอบๆตัวและคอยหาโอกาสดีๆในการบลัฟ หรือ Value Bet แม่นๆอยู่เสมอ โดยความแตกต่างระหว่างผู้เล่นระดับ 2 กับ 3 คือความแตกต่างระหว่างผู้แพ้กับผู้ชนะในระยะยาว

ระดับ 4 – การเล่นในระดับนี้จะเริ่มยากขึ้น แต่ผู้เล่นเก่งๆก็สามารถเข้าใจการคิดในระดับนี้และนำมาใช้เพื่อหาประโยชน์ให้กับตัวเองได้ อย่างไรก็ตาม ถึงจะคิดได้ซับซ้อนแต่ก็ไม่ค่อยได้ใช้ทักษะในระดับนี้เท่าไหร่ เพราะไม่ค่อยจะเจอผู้เล่นที่คิดในระดับเดียวกันมากนัก

ระดับ 5 – ในระดับนี้นี่เริ่มจะออกทะเลแล้ว ถ้าจะอธิบายเป็นตัวอักษรก็คงยาก อธิบายเป็นคลิปแทนน่าจะดีกว่า แต่บอกได้เลยว่าถ้าเผลอไปเจอผู้เล่นในระดับนี้เข้าล่ะก็ แนะนำให้หนีออกจากโต๊ะนั้นให้เร็วที่สุด

ทำไม Multiple Level Thinking ถึงสำคัญ

เหตุผลหลักๆเลยก็คือ มันจะช่วยให้เราเลือกกลยุทธ์มาใช้ได้ถูกต้องขึ้นตามประเภทของผู้เล่นที่เจอ สมมติเรานำกลยุทธ์ในระดับ 3 ไปใช้กับพวกระดับ 0 ก็คงจะไม่มีประโยชน์เท่าไหร่ เพราะเราไม่จำเป็นต้องไปคิดเลยว่าอีกฝ่ายคิดว่าเรามีไพ่อะไรอยู่ ผู้เล่นในระดับนี้บางทียังไม่รู้ว่าตัวเองถือไพ่อะไรอยู่ด้วยซ้ำ

เพราะฉะนั้น การจะหาวิธีเล่นงานผู้เล่นแต่ละประเภท เราควรจะคิดให้เหนืออีกฝ่ายแค่ 1 ระดับเท่านั้น ถ้าสมมติเราเจอผู้เล่นในระดับ 1 ที่คิดแต่ว่าตัวเองถือไพ่อะไรอยู่ เราสามารถจัดการผู้เล่นประเภทนี้ได้โดยการเล่นแค่ในระดับ 2 คือคิดแค่ว่าอีกฝ่ายจะถืออะไรอยู่

ซึ่งมันจะทำให้เราบลัฟอีกฝ่ายได้ผลดีมาก เนื่องจากอีกฝ่ายไม่สนใจหรอกว่าเราจะถืออะไร นั่นเป็นเหตุผลที่เราไม่ควรจะใช้ท่ายากๆกับพวกที่ใช้กระบวนการคิดในระดับต่ำๆ

สรุป

ให้จำเป็นกฎง่ายๆเลยว่า ถ้าอยากจะเล่นให้ชนะอีกฝ่าย เราควรจะคิดให้เหนืออีกฝ่ายไป 1 ระดับเสมอ ซึ่งมันก็ไม่ง่ายที่จะหาว่าอีกฝ่ายใช้กระบวนการคิดในระดับไหน แต่การวิเคราะห์และเก็บข้อมูลอีกฝ่ายก็พอจะช่วยให้เราตัดสินใจได้

อีกอย่างคือ การจะเป็นผู้เล่นที่ชนะในระยะยาวได้ เราควรจะคิดให้ได้ถึงระดับ 3 แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เราควรจะคิดในระดับนี้ตลอดเวลา เราควรจะยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนกระบวนการคิดไปตามประเภทของผู้เล่นที่เจอ ซึ่งนั่นจะเป็นหนทางในการทำกำไรในระยะยาวให้เราได้อย่างแน่นอน

 

อ่านบทความต้นฉบับ

แสดงความเห็น
error: Content is protected !!