Value Bet พื้นฐานที่ต้องรู้เพื่อทำกำไรให้เต็มพิกัด

เป็นสิ่งที่หลายคนมักจะพลาดกันบ่อยๆ เวลาเราถือไพ่ดีๆเราก็อยากรีดเงินจากอีกฝ่ายให้ได้มากที่สุดกันทั้งนั้น ซึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้เราได้เงินเพิ่มก็คือ จะทำอย่างไรเพื่อให้อีกฝ่ายยอมลงเงินในพอทเพิ่ม เพราะถ้าอีกฝ่ายไม่ลงเงินในพอท เราก็ไม่มีทางได้เงินเพิ่มแน่ๆล่ะ

ข้อผิดพลาดของมือใหม่เวลา Bet

ข้อผิดพลาดที่ผู้เล่นใหม่ชอบทำคือ เวลาติดไพ่ดีๆมักจะเล่นช้า (Slow Play) ไม่ค่อยลงเงินในพอทเยอะๆ เช่นการ Check-Call โดยมักจะคิดว่ากำลังล่ออีกฝ่ายให้ติดกับอยู่ แต่จริงๆแล้ว การทำแบบนี้เป็นการพลาดโอกาสดีๆที่จะให้อีกฝ่ายลงเงินเพิ่ม

ก็จะมีบางสถานการณ์ที่ Check-Call ไปจนถึง River แล้วเราได้จากอีกฝ่ายหมดหน้าตัก แต่มักไม่ค่อยเกิดขึ้นหรอก นี่จึงเป็นเหตุผลที่การ Slow Play เป็นตัวเลือกที่ไม่ค่อยดีนัก เพราะมันเหมือนเป็นการลดกำไรที่เรามีโอกาสทำได้จากไพ่ดีๆของเราที่กว่าจะได้สักทีนึง

ตัวอย่างข้อผิดพลาด

สมมติเราอยู่ LP ถือ   และ Call อีกฝ่ายที่ Raise จาก MP

Flop ออกมา  ซึ่งเป็น Flop ในฝันของหลายๆคนเพราะเราติดตอง จากนั้นอีกฝ่าย Bet ออกมา ¾

ผู้เล่นมือใหม่ก็มักจะ Slow Play โดยการ Call ตามไปเฉยๆทั้งๆที่ถือเป็นโอกาสดีในการ Raise เพื่อทำกำไรโดยการลงเงินในพอทเพิ่ม

แต่จริงๆมันก็ไม่ผิดที่จะวางกับดักล่อคู่ต่อสู้ดูบ้าง แต่ถ้าเขาถือ A แล้วเราไม่ Raise เรากำลังพลาดโอกาสดีในการทำกำไรเพิ่มหรือถ้าไพ่ตรง Turn ออกมาเป็นไพ่ที่ไม่ดีต่ออีกฝ่ายก็จะทำให้เราเสียโอกาสทำเงินเพิ่มไปอีก

หรือเราอาจจะคิดว่า ถ้าเรา Raise อีกฝ่ายจะกลัวและยอมหมอบไป แต่ถ้ามาคิดดูดีๆแล้ว ถ้าไพ่อีกฝ่ายไม่ดีพอจนไม่สามารถ Call Raise ของเราตรง Flop ได้ เราก็คงไม่ได้เงินจากเขาต่อตอน Turn หรือ River หรอก

ทำอย่างไรให้เพิ่มกำไรได้เต็มพิกัด

ถ้าเราไม่สามารถรีดเงินจากอีกฝ่ายด้วยไพ่ดีในตาที่เหมาะสมได้ เขาก็คงไม่จ่ายเราในตาอื่นอีกแล้วล่ะ

กุญแจสำคัญที่ควรนึกไว้เสมอก็คือ ถ้าเราคิดว่าอีกฝ่ายถือไพ่ที่ดีพอตัว ให้ Raise ใส่เสมอเพื่อลงเงินในพอทเยอะๆโดยไม่ต้องกลัวว่าอีกฝ่ายจะหมอบ เพราะถ้าเขาไม่ Call เราตรงนี้ เราก็คงไม่ได้เงินเขาเพิ่มจากตาที่เหลือหรอก

ไม่ต้องไปเซ็งหรอกเวลาติด Monster Hand แล้ว Raise ไปอีกฝ่ายหมอบ ให้ปรับมุมมองใหม่เป็น เราจะทำเงินได้เยอะถ้าอีกฝ่ายติดไพ่ แต่ถ้าอีกฝ่ายไม่ติดยังไงเขาก็หมอบ ดีกว่าไป Check เพื่อล่อให้อีกฝ่ายบลัฟ

การ Value Bet ตรง River

River เป็นตาเล่นสุดท้ายที่เราจะสามารถทำกำไรได้หากเราคิดว่าถือไพ่ที่ดีที่สุดอยู่

โดยข้อผิดพลาดของมือใหม่ก็คือ รู้ว่าตัวเองถือไพ่ที่ดีที่สุดอยู่จึง Bet เบาๆตรง River เพื่อล่อให้อีกฝ่าย Call (อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Thin Value) เพราะกลัวอีกฝ่ายหมอบ

มันก็จริงที่ยิ่ง Bet หนักอีกฝ่ายยิ่งไม่อยาก Call แต่ถ้าลองคิดดูตามหลักคณิตศาสตร์ เวลาอีกฝ่าย Call Bet หนักๆของเราจะทำเงินได้เยอะมาก แต่พอเป็น Bet เบาๆถึงจะได้บ่อยแต่โดยรวมก็ได้น้อย

ตัวอย่าง Value Bet ตรง River

เราตำแหน่งเล่นเป็นคนสุดท้ายตรง River และคิดว่าตัวเองถือไพ่ดีที่สุดอยู่ โดยในพอทมีเงินแล้ว $100 เรากำลังคิดว่าจะ Bet เท่าไหร่ดี

สมมติถ้าเรา Bet $20 อีกฝ่ายมีโอกาส Call 7 ใน 10 ครั้ง

แต่ถ้าเรา Bet $100 อีกฝ่ายมีโอกาส Call 2 ใน 10 ครั้ง

ซึ่งถ้าคิดตามหลักคณิตศาสตร์เราเจอสถานการณ์แบบนี้ 10 ครั้ง ผลที่ได้ก็คือ

  • เราได้เงินรวม $140 โดยการ Bet $20
  • เราได้เงินรวม $200 โดยการ Bet $100

จะเห็นได้ว่า ในระยะยาวการที่เรา Bet หนักๆ จะได้เงินรวมมากกว่า Bet เบาๆอยู่ถึง $60

นี่ก็เป็นหลักการสำคัญที่เราควรจะนึกถึงเวลา Value Bet ตรง River โดยอิงจากการเล่นในระยะยาวมากกว่าในระยะสั้น

สรุป

เราจะทำกำไรได้สูงที่สุดจากไพ่ที่เราติดหรือไม่ขึ้นอยู่กับว่าเรากลัวที่จะ Bet หรือ Raise เพื่อรีดเงินจากอีกฝ่ายหรือเปล่า โดยเราควรจะมองไปที่ระยะยาวมากกว่าการไปสนใจกับไพ่ที่ติดและคิดจะ Slow Play อุตส่าห์ติดไพ่ดีทั้งทีเราควรเสี่ยงให้อีกฝ่ายหมอบแต่ได้เงินหนักๆเป็นบางครั้งยังดีกว่าไปได้เงินเล็กๆน้อยๆทุกครั้งเสียอีก

ถ้ามีโอกาสดีที่จะ Raise เพื่อลงเงินเพิ่มเราก็ควรจะทำ เพราะมันจะช่วยทำเงินให้เราได้แน่นอนในระยะยาว

 

อ่านบทความต้นฉบับ

แสดงความเห็น
error: Content is protected !!