เทคนิค 6+ Hold’em แค่เข้าใจก็ทำกำไรเห็นๆ (Short Deck)

เทคนิค 6+ Hold’em

สวัสดีครับชาว ThaiPokerBeast วันนี้ผมก็มีบทความเทคนิคเกม ที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ในขณะนี้มาฝาก ใครที่กำลังศึกษาและสนใจก็ลองอ่านและศึกษาดูกันให้ดีๆนะครับ รับรองว่าได้ประโยชน์และช่วยทำเงินให้ได้แน่นอน ส่วนใครยังไม่รู้กฎกติกาเบื้องต้นก็เชิญลิงก์นี้เลยครับ >>คลิก<<

1.ศึกษากฎให้ดี

แน่นอนว่าไม่ว่าคุณจะเล่นเกมอะไรอยู่สิ่งที่คุณต้องรู้ก็คือ กฎและกติกาของเกมนั้น เกมอย่าง 6+ ที่ผู้เล่นใหม่ๆมักจะพลาดกันอยู่หลักๆก็คือ

  • Straight เล็กสุดคือ A6789
  • Set ชนะ Straight (*เป็นแค่บางเว็บ เช่น Dafabet แต่ถ้าใน PPPoker Straight จะชนะตามปกติ)
  • Flush ชนะ Full House

3 ข้อนี้ก็คือหลักๆที่ผู้เล่นใหม่มักจะอ่านพลาดและลืมอยู่เสมอ เพราะฉะนั้น อย่าลืมศึกษากฎและกติกาให้ดีก่อนเริ่มเล่นเพื่อรักษาเงินของตัวเอง

2.การคัดไพ่เริ่มต้นมาเล่น

พอกฎต่างกันเราก็ต้องมีกลยุทธ์และการเลือกไพ่เริ่มต้นมาเล่นที่ต่างกันด้วย ใน 6+ ไพ่จะติดง่ายขึ้นมาก เราจึงเน้นให้ติดไพ่ใหญ่ๆอย่าง Full House หรือ Flush มากกว่าที่จะไปติดแค่ 1 หรือ 2 คู่ โดยคำแนะนำในการเลือกไพ่มาเล่นก็จะมีดังนี้

  • ไพ่สีต่างกัน (Offsuit) จะมีค่าน้อยลง

เช่น AKo ใน 6+ จะถือเป็นไพ่ระดับกลางๆ แต่ใน NLH ถือเป็น Monster

  • ไพ่คู่ (Pocket Pairs) และ ไพ่สีเดียวกัน (Suited) จะมีค่ามากขึ้นใน 6+

นั่นก็เพราะไพ่ Suited สามารถทำ Flush ได้ หรือในเว็บที่ Set ชนะ Straight พวกไพ่คู่จะยิ่งมีค่ามากขึ้น

  • ต้องเข้าใจว่าความแข็งแกร่งของไพ่ใน 6+ จะต่างกับ NLH

เช่น ถ้าคนที่มีพื้นฐาน NLH อาจจะมองว่าไพ่อย่าง A7s ไม่ควรจะเล่นจาก UTG แต่พอมาเล่นใน 6+ ไพ่พวก Axs จะมีค่ามากขึ้นและสามารถเล่นได้ทุกแบบตรง UTG เพราะเรามีโอกาสติด Flush ใหญ่ที่สุดได้เวลา Flop ออกมา

  • สร้าง Range ไพ่ของตัวเองขึ้นมาในแต่ละตำแหน่ง

ผู้เล่นใหม่หลายคนเวลาหัดเล่นก็มักจะไม่มีแผนอะไรแล้วก็ Limp อย่างเดียวหวังจะไปติดอะไรดีๆตรง Flop ซึ่งถึงจะเป็นเกมคนละแบบแต่การเป็นฝ่าย Raise คนแรกยังไงก็ยังดีกว่า เพราะฉะนั้น ให้คุณลองสร้าง Range ไพ่ขึ้นมาว่าจะใช้ไพ่แบบไหน Raise ตรงตำแหน่งไหนแล้วก็ทำตามแผนดีกว่า

3.ใช้ความรู้เก่าจาก Texas Hold’em

ใน 6+ Hold’em การใช้ Range ไพ่ก็จะไม่ต่างกันมากจาก Texas Hold’em โดยทาง PokerVIP ได้ใช้หลักการทางคณิตศาสตร์ไปรวมกับความรู้เดิมและได้ออกมาเป็น Range ไพ่ตามตำแหน่งดังนี้

เทคนิค 6+ Hold’em
BTN Open Raise Range
  • SB Open Raise
เทคนิค 6+ Hold’em
SB Open Raise Range
  • CO Open Raise
เทคนิค 6+ Hold’em
CO Open Raise Range
  • MP Open Raise
เทคนิค 6+ Hold’em
MP Open Raise Range
  • UTG Open Raise
เทคนิค 6+ Hold’em
UTG Open Raise Range

จะเห็นได้เลยว่าในตำแหน่งต้นๆไม่มี AKo หรือ AQo เลย เพราะไพ่พวกนี้จะมีค่าลดลงและจะเน้นไปทางไพ่ Suited มากขึ้น

เราสามารถใช้ Range นี้เพื่อเป็นพื้นฐานไปต่อยอดปรับแต่งเพิ่มเติมตามแนวทางของเราได้ทั้งพวก Range ในการ 3-bet หรือ Call ต่างๆ

ส่วนตำแหน่ง BB ก็จะมีการเลือกไพ่มาใช้ป้องกัน Blind ที่ไม่เหมือนกัน แต่หลักๆแล้วก็จะเน้นไพ่ Suited ที่มีโอกาสพัฒนาได้เยอะๆนั่นแหละ

ต้องบอกเลยว่าถ้าคุณลงทุนศึกษาและสร้าง Range เพื่อใช้รับมือในตำแหน่งและสถานการณ์แต่ละแบบอย่างจริงจัง คุณจะกลายเป็นระดับท็อปในเกม 6+ เลยทีเดียว

4.เข้าใจ Odd และ Equity ที่เปลี่ยนไป

ใน 6+ จะมีไพ่ในสำรับน้อยลงซึ่งเป็นเหตุผลให้โอกาสในการออกไพ่ก็จะเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน ซึ่งหลักๆก็จะมีดังนี้

  • Out ที่เหลือแต่ละอันจะนับเป็น 3% ต่อใบ หรือถ้าเราอยู่ตรง Flop แล้วยังเหลือ Turn กับ River ก็จะนับเป็น 6% (ถ้าเป็น NLH ก็คือ กฎ 2 และ 4)

เช่น เราอยู่ตรง Flop มี 8 Outs และอยากจะหาว่ามีโอกาสติดเท่าไหร่ตรง Turn ก็นำ 8*3= 24% ส่วนถ้าเราอยากรู้ว่าถ้าจะไปถึง River เลยจะมีโอกาสรวมเท่าไหร่ก็จะเป็น 8*6= 48%

  • Flush Draw จะเหลือแค่ 5 Outs จาก 9 Outs

ซึ่งหมายความว่าเรามีโอกาสติด Flush ตรง Turn ได้มากสุดที่ 15% หรือตั้งแต่ Flop ไป River จะมีโอกาสติดทั้งหมด 30% เท่านั้น โอกาสติดน้อยลงก็จริงแต่พอติดมาแล้วคุ้มมากซึ่งไม่เหมือนกัน Straight ที่ติดง่ายแต่จะไม่ค่อยคุ้มเท่าไหร่

5.เข้าใจเรื่อง Implied Odds ที่เปลี่ยนไป

เรื่องสุดท้ายนี้สำคัญที่สุด ถ้าใครเข้าใจจะปรับตัวจาก NLH มา 6+ ได้เร็วมากแต่ถ้าใครไม่เข้าใจก็จะเล่นยากและเลือกไพ่มาเล่นลำบากหน่อย ซึ่งมีดังต่อไปนี้

  • Straight Draw มีค่า Reverse-implied Odds เยอะมาก (ในกรณีนี้คือสำหรับกติกาที่ Set ชนะ Straight)

ในเว็บที่ Set ชนะ Straight ก็จะเล่นยากหน่อยตรงที่เรามี Straight ก็จริงแต่ใช่ว่าจะชนะ เพราะถ้าอีกฝ่ายมี Set แล้วเราไม่มีพวก Flush Draw อยู่เลยจะเท่ากับว่าเรามีโอกาสชนะ 0%

  • Flush Draw จะมี Implied Odds เยอะมาก

ถ้าเราติด Flush มาเรียกได้ว่าเราแทบจะเป็นพระเจ้าเลยก็ว่าได้ (เว้นแต่จะเจอ Flush ใหญ่กว่านะ) เพราะ Flush ชนะ Full House ซึ่งทางเหลือรอดเดียวของ Full House ก็คือต้องทำ Quad ให้ได้เท่านั้น ซึ่งจะต่างกับ NLH ที่เวลาบอร์ดออกมาเป็นคู่แล้วเรามี Flush ซึ่งจะทำให้เราทำเงินได้ยากขึ้น แต่ถ้าเป็น 6+ ล่ะก็บอร์ดยิ่งเบิ้ลเรายิ่งได้เงิน

  • Flush เจอ Flush มีโอกาสน้อยมาก

อย่างที่รู้กันว่าไพ่สีเดียวกันจากทั้งหมด 13 ใบ จะเหลือเพียง 9 ใบ และการจะใช้สร้าง Flush ได้ต้องมีไพ่สีเดียวกันรวม 5 ใบ นั่นทำให้ไพ่สีเดียวกันจะเหลืออยู่อีกแค่ 4 ใบเท่านั้น นั่นหมายความว่าอีกฝ่ายมีโอกาสติด Flush น้อยลงเยอะมาก ซึ่งขอแนะนำเลยว่าเวลาได้ Flush มาพยายามอย่าหมอบ แต่ถ้ามองแล้วว่าอีกฝ่ายเล่นดีและใส่มาหนักๆเกินควร ก็ควรจะพิจารณาให้รอบคอบมากขึ้น

  • ระวังเจอ Straight ใหญ่กว่า หรือ Set ใหญ่กว่า

ก็อย่างที่รู้กันว่า Straight เป็นของติดง่ายมาก เราจึงควรจะเล่นอย่างระมัดระวังและดูให้ดีๆเสมอว่าอีกฝ่ายมีโอกาสติด Straight ที่ใหญ่กว่าของเราหรือไม่ โดยเฉพาะ Straight A6789 ที่เล็กที่สุด ส่วนในเว็บที่ Set ชนะ Straight ก็ระวังเรื่อง Set ใหญ่กว่าด้วย เพราะคนจะเน้นเล่นเหมือนกับเราเช่นกัน

*

จบแล้วนะครับสำหรับ เทคนิค 6+ Hold’em โดยบทความนี้สรุปจากคลิป Top 5 Tips On How To Crush 6 Plus Hold’em Poker จากช่อง PokerVIP ซึ่งตัวคลิปจะเน้นถึงกติกาที่ Set ชนะ Straight มากกว่า แต่ก็สามารถนำแนวคิดไปปรับใช้ได้เช่นกัน ส่วนถ้าใครอยากดูคลิปต้นฉบับก็ตามลิงก์นี้เลยครับ >>คลิก<<

แสดงความเห็น
error: Content is protected !!