เทคนิคการเล่นบน Flop – Continuation bet (ตอนที่ 1)

(ตอนที่ 1)

ในบทความนี้จะพูดถึงเรื่อง Continuation Bet หรือ อย่างละเอียด ด้วยความที่บทความค่อนข้างยาวและละเอียดจึงขออนุญาตแบ่งออกเป็น 2 ตอนนะครับ ในตอนแรกนี้เราก็จะเกริ่นกันคร่าวๆว่ามีเหตุผลอะไรทำไมต้อง C-bet แล้วการ C-bet มันดีอย่างไร และเราควรจะใช้เมื่อไหร่กันนะครับ

ข้อดีข้อเสียของ C-bet

เวลาเราเป็นคน Raise Pre-flop แล้วได้เข้าไปเล่น Post-flop เราควรจะ Bet ต่ออีกครั้งสักประมาณ 1/2 หรือ 3/4 ของ Pot โดยส่วนตัวแล้วผมจะ C-Bet ประมาณ 85% ซึ่งถือว่าสูงกว่าผู้เล่นส่วนใหญ่พอสมควร

ข้อเสียของ C-bet มีน้อยมาก เพราะมันสามารถใช้เป็นได้ทั้งบลัฟราคาถูกๆหรือใช้เพื่อปั้นพอทเวลามีมือดีๆก็ได้ เวลาเราติดไพ่ดีๆเราก็อยากจะปั้นพอท ซึ่งวิธีที่จะปั้นได้ง่ายที่สุดก็คือการ Bet นี่แหละ ส่วนเวลาเราไม่ติดอะไรบน Flop เราก็อยากจะให้อีกฝ่ายหมอบๆไปซึ่งจะทำให้เขาหมอบได้เราก็ต้อง Bet อีกนั่นแหละ และตามสถิติแล้ว ทุกคนมีโอกาสที่จะไม่ติดอะไรตรง Flop ถึง 2/3 ครั้ง ซึ่งถ้าเราสามารถขโมยได้มากกว่าเวลาที่ทั้งเราและอีกฝ่ายไม่ติดอะไรเลยเราก็จะได้เปรียบอย่างมาก

มีโอกาส 65% ที่จะไม่ติดอะไรเลยบน Flop

คงรู้กันแล้วว่าตามสถิติเราจะมีโอกาสไม่ติดอะไรเลยตรง Flop ประมาณ 2/3 หรือ 65% ซึ่งไม่ใช่แค่เรา แต่อีกฝ่ายก็ได้รับผลเช่นกัน

สมมติว่า เรา Raise 9♠6♠ จาก MP และอีกฝ่าย Call ในตำแหน่ง BB ด้วย K♥T♥ จากนั้น Flop ออก J♠7♣3♦ อีกฝ่าย Check มา ในสถานการณ์นี้เราควรจะ C-bet ทุกครั้งเพราะตอนนี้มือเราไม่มี Showdown Value แต่เอาจริงๆส่วนตัวแล้วบนบอร์ด J-7-3 แบบนี้ผมจะ C-bet ด้วยทุกมือที่ Raise Pre-flop มาเล่น จำง่ายๆว่าให้เรา Bet บนบอร์ดพวกไพ่สูง 1 ใบกับไพ่ต่ำอีก 2 ใบซึ่งก็จะมีพวก A-7-4, K-5-2, Q-8-4 และอื่นๆอีกมากมาย คนส่วนใหญ่จะตามด้วย Top Pair หรือ Middle Pair บ้าง หรือบางทีก็มีต่ำกว่านั้น แต่ก็ไม่ใช่ว่าเราต้องรอเวลาไม่มี Showdown Value ถึงจะ Bet เวลาติดไพ่มาเราก็ควร Bet เพื่อปั้นพอทเช่นกัน

C-bet ราคาเท่าไหร่ดี

โดยทั่วไป บนบอร์ดที่มีโอกาส Draw น้อยๆ (Dry Board)  เราสามารถ Bet 1/2 ได้ แต่ถ้าบอร์ดมี Draw เยอะๆ (Wet Board) เราสามารถเพิ่มเป็น 3/4 ได้ ที่เป็นแบบนี้เพราะบน Dry Board อีกฝ่ายจะไม่ค่อยติดอะไรเท่าไหร่ ส่วน Wet Board มันสามารถออกได้หลายหน้าอีกฝ่ายจึงอาจจะมีอะไรติดไม้ติดมือมาบ้าง เราจึงควรจะ Bet ให้แพงขึ้นเพื่อกันอีกฝ่ายบ้าง และราคา 1/2 กับ 3/4 นี้ยังสามารถปั้นพอทได้ดีหรือเวลาอีกฝ่ายแข็งข้อเราก็เสี่ยงไม่มาก

พอหน้าตักน้อยลงเราก็อาจจะ Bet น้อยกว่านั้นได้ อาจจะเป็น 1/3 หรือ 2/5 เพราะหน้าตักเราน้อย เวลาเราบลัฟมันก็จะให้ผลเหมือนกันแต่จะช่วยให้เราประหยัดมากกว่าเดิม หรือถ้าจะปั้นพอทหน้าตักเราก็เหลือไม่มาก Bet เพิ่มอีกนิดๆหน่อยๆก็สามารถ All-in ได้แล้ว

ตอนไหนที่ไม่ควร C-bet

เราไม่ควร C-bet เวลามี Weak Made Hand เช่น พวก Top Pair Kicker ต่ำๆ หรือพวก Middle Pair หรือคู่ต่ำกว่า เพราะถ้าเรา Bet แล้วโดน Raise ก็จะเล่นยากทันที

สมมติเรา Raise A3 จาก MP และอีกฝ่าย Call จากตำแหน่ง BB และ Flop ออก A-K-8 อีกฝ่าย Check มา ในสถานการณ์นี้คือถ้าเราไม่ตามอยู่แล้วก็ยังเป็นฝ่ายนำอยู่ ถ้าเรา Bet แล้วโดน Raise ก็จะยากทันทีเพราะอีกฝ่ายอาจจะ Bet หนักมาต่อตรง Turn จนทำให้มือเราเล่นต่อยาก หรืออีกฝ่ายอาจจะ Check-Call ด้วยมือที่ดีกว่า A ของเรา ซึ่งไม่ว่าทางไหนก็แย่ทั้งนั้น เราจึงต้อง Check ตามไปในสถานการณ์นี้ (Pot Control) ถ้าอีกฝ่าย Bet ตรง Turn คุณก็สามารถ Call ได้และอาจจะไป Call ตรง River ได้อีกด้วย เพราะเราไม่ได้ Represent ว่าตัวเองมี A เท่าไหร่เขาจึงอาจจะ Value Bet ด้วย K หรือบลัฟด้วยมืออื่นๆ

สำหรับตอนที่ 1 ก็ขอพักเอาไว้เท่านี้ก่อนมันจะยาวเกินไป ไว้เดี๋ยวเรามาเจาะลึกกันต่อในตอนที่ 2 สำหรับการ C-bet นะครับ

แสดงความเห็น
error: Content is protected !!