เทคนิคการเล่นตรง Turn – การเล่น Draw และ Top Pair

การเล่น Draw และ ตรง

ในบทความก่อนหน้านี้ผมก็ได้แนะนำเรื่องการ Check-Raise ด้วย Draw เพื่อ Semi-bluff แล้ว คราวนี้เรามาดูการ Check-Call ด้วย Draw กันบ้างดีกว่า ที่เราต้องไม่ Check-Raise หลักๆแล้วก็เพื่อกันไม่ให้เราต้องหมอบมือตัวเองเวลาโดนอีกฝ่าย Re-raise

Call ด้วย Draw ตรง Turn

สมมติว่าเรามีหน้าตัก 150BB และอีกฝ่าย Raise 3BB จาก MP คุณ Call ในตำแหน่ง BU ด้วย T♥8♥ และ Flop ออก J♥-9♦-3♣

ถ้าอีกฝ่าย Bet 4BB คุณควรจะ Call เฉยๆ คุณคงไม่อยาก Re-raise ไปสัก 14BB แล้วต้องหมอบเวลาโดนอีกฝ่าย Re-raise มา 40BB หรอก ถ้าเป็นใน Cash Game เราก็คงไม่คิดอะไรมากหรอกเพราะสามารถเติมเงินได้เรื่อยๆ แต่สำหรับทัวร์นาเมนต์ที่มีชิพจำกัดเราจึงต้องระมัดระวังมากขึ้น

พอเรา Call Flop แล้ว Turn ออก 4♦ และอีกฝ่าย Bet 8BB คุณก็ควรจะ Call อีกครั้งแล้วพอ River ออกมาไม่ติดคุณก็หมอบได้ง่ายๆและเสียไปแค่ 15BB เท่านั้น แต่ถ้าเราติดก็สามารถ Raise All-in ได้เลย ทีนี้ถ้าอีกฝ่าย Check Turn เราก็สามารถเลือกได้ว่าจะ Check ด้วยหรือลอง Bet ดูโดยขึ้นอยู่กับ Range ของอีกฝ่ายที่เรามอง

เลือกไพ่บนบอร์ดที่จะใช้บลัฟให้ดี

เวลาเรา Call Turn ด้วย Draw เราต้องรู้ด้วยว่าไพ่แบบไหนที่ออกมาตรง River แล้วจะสามารถบลัฟได้ถ้าเกิดอีกฝ่าย Check มา โดยปกติเราก็ควรบลัฟเวลาไพ่ Overcard ใหญ่ๆออกมาหรือไพ่ที่ออกมาแล้วดูเหมือนจะทำให้ Draw ติด

สมมติว่าอีกฝ่ายมีหน้าตัก 200BB และ Raise 3BB คุณ Call ตรง BU ด้วย 9♠7♥ และ Flop ออก T♥-8♥-3♦ อีกฝ่าย Bet 4BB และคุณ Call จากนั้น Turn ออก 4♦ อีกฝ่าย Bet 8BB และคุณ Call ตรงนี้เราต้องหา Range อีกฝ่ายและไพ่ที่จะใช้บลัฟตรง River ในกรณีที่อีกฝ่าย Check มาให้แล้ว ถ้า A หรือ K ออกคุณก็ควรจะ Bet ถ้าอีกฝ่าย Check มา หรือถ้า Q ออกคุณควร Bet เพื่อ Represent ว่าคุณมี J9 ซึ่งเป็นไปได้สูงเช่นกัน หรือพวก 6 กับ J ที่ทำให้เป็น Straight ก็ได้เช่นกัน

แต่ก็ใช่ว่าจะต้องบลัฟเสมอเวลาไม่ติด ถ้าเกิดอีกฝ่ายไม่ Check แต่ยัง Bet มาอยู่ก็ให้เราสันนิษฐานได้เลยว่าเขามีมือดีอยู่และยอมหมอบไปดีกว่า

ยิ่ง Draw เล็กยิ่งต้อง Passive

ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะโอกาสติดน้อยเราจึงอยากให้อีกฝ่ายหมอบให้เรามากขึ้น นอกจากนี้ ยิ่งหน้าตักขนาดเล็กลง การใช้ Semi-bluff All-in ก็เป็นตัวเลือกที่ดีเช่นกันเพราะเราสามารถสร้าง Fold Equity ได้เยอะและไม่ต้องกังวลกับหน้าตักที่เหลืออยู่ข้างหลังอีกแล้ว แถมเราไม่ต้องกังวลว่าจะโดนบังคับให้หมอบด้วย เพราะฉะนั้น เวลามี Draw ในทัวร์นาเมนต์และคิดว่าเรามีโอกาสสูงที่จะโดนอีกฝ่าย Raise ให้หมอบก็ควรจะ Call ตามเฉยๆ แต่ถ้าเราสามารถ Raise All-in ได้และมี Fold Equity สูงก็ควรจะ All-in ไปเลย

เล่น Top Pair ตรง Turn

หลายคนพอมี Top Pair หรือ Overpair ตรง Turn แล้วจะทำอะไรไม่ถูกและมักจะ Bet โดยคิดว่าตัวเองมีมือที่ดีที่สุดอยู่ แต่กลับกลายเป็นว่าโดนอีกฝ่าย Raise ใส่ซะนี่ ซึ่งตรงนี้เราแก้ไม่ยากแค่เปลี่ยนจากการ Bet เป็น Check เท่านั้นเอง ถึงแม้เรารู้ว่าอีกฝ่ายจะ Check-Raise ด้วย Range ที่กว้างอย่าง Top Pair หรือ Draw ดีๆ หรือพวก Two Pair มือของคุณก็ยังเล่นได้ไม่ดีอยู่ดีโดยเฉพาะถ้าโดน Raise ใหญ่ตรง Turn เพราะฉะนั้น การ Check Turn เพื่อ Pot Control จึงเป็นตัวเลือกที่ดี

ตัวอย่าง

สมมติคุณมีหน้าตัก 150BB และ Raise 3BB ด้วย A♦A♥ มีผู้เล่น Aggressive และท่ายากเยอะ Call มาจาก SB จากนั้น Flop ออก J♦-6♣-3♠ อีกฝ่าย Check และคุณ Bet 4BB จากนั้น Turn ออก 9♣ ไพ่นี้อาจจะดูไม่ได้น่ากลัวอะไรแต่คุณก็ควรจะ Check กลับเหมือนเดิมเพราะเขาอาจจะ Check-Raise กลับมาด้วยมืออย่าง KQ หรือพวก JJ, 99, 66, 33, J9, 96 และ 63 หรืออาจจะเป็นบลัฟด้วยมืออื่นๆเพราะ Flop แบบนี้ไม่ค่อยเข้าทาง Range ของเราเท่าไหร่ เราจึงควร Check ตรงนี้โดยเฉพาะเรารู้ว่าอีกฝ่ายเป็นพวกเล่นท่ายาก

หรือตามตัวอย่างด้านบนแต่เปลี่ยนเป็นมีคน Raise จาก MP และคุณ Re-raise 9BB จาก CO ด้วย A♦A♥ และเขา Call โดยทั้งสองคนมี 150BB จากนั้น Flop ออก J♦-6♣-3♠ อีกฝ่าย Check คุณ C-bet ประมาณ 12BB และเขา Call จากนั้น Turn ออก 9♣ ตรงนี้ถ้าอีกฝ่าย Check คุณก็ควรจะ Check ตามด้วยโดยตั้งใจจะไป Call ถ้าอีกฝ่าย Bet River เพราะเราไม่ได้ Represent มือตัวเองเท่าที่ควรและเป็นการล่อให้อีกฝ่ายบลัฟ หรือถ้าอีกฝ่าย Check เราก็สามารถ Value Bet ได้

 

แสดงความเห็น
error: Content is protected !!